มโนมยิทธิ ๒-เจโตปริยญาณ

เจโตปริยญาณ
หลวงพ่อพระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤๅษี วัดท่าซุง)

เจโตปริยญาณ คือ ทิพจักขุญาณ นั่นเอง รู้วาระน้ำจิตของคนอื่น ดูกระแสจิตเขาสุขหรือเขาทุกข์ เขาสะอาดหรือเขาสกปรก อันนี้เรารู้ได้อีกเหมือนกัน แต่ว่าต้องพยายามฝึกดูจิตของตนให้เข้าใจชัด

ดูจิต มีกิเลสหรือไม่มีกิเลส สกปรกมากหรือน้อย

จิตของ ปุถุชน คนที่หนาแน่นไปด้วยกิเลส ก็เป็นจิตที่มีสีเนื้อ เต็มไปด้วยความสกปรกโสโครก ไม่สะอาดไม่ผ่องใส

จิตของคนที่ได้ ปฐมฌาน จะมีอาการเหมือนแก้วเคลือบ ปฐมฌานละเอียด เป็นเนื้อแก้วลึกลงไปประมาณสัก ๒๕ เปอร์เซ็นต์
จิตของคนที่ได้ ฌาน ๒ จะเป็นแก้วลึกลงไป ประมาณ ๕๐ เปอร์เซ็นต์
จิตของคนที่ได้ ฌาน ๓ ละเอียด จะเป็นแก้วทั้งดวง มีแกนเล็ก ๆ อยู่ตรงกลาง
จิตของคนที่ได้ ฌาน ๔ จะเป็นแก้วทั้งดวงสะอาดมาก แต่ทั้งหมดนี้ไม่มีประกาย

แต่จิตของ พระโสดาบัน จะเป็นประกายออกไปประมาณ ๒๕ เปอร์เซ็นต์
(นี่เราฝึกดูจิต)
จิตของ พระสกิทาคามี จะเป็นประกายเข้าไปประมาณ ๕๐ เปอร์เซ็นต์
จิตของ พระอนาคามี จะเป็นประกายทั้งดวงจะมีแกนข้างใน
ถ้าจิตของ พระอรหันต์ จะเป็นดาวทั้งดวงไม่มีแกนเลย

อันนี้เป็นสภาพของ การดูจิต ที่มีกิเลสหรือไม่มีกิเลส สกปรกมากหรือสกปรกน้อย ฉะนั้น พอได้ยินชื่อคน หรือว่ารู้เรื่องราวของคน เห็นหน้าคนให้ดูจิตก่อน อย่าไปดูหน้าดูตา ฟังเสียง อันนี้ไม่แน่นอน คนมีกิเลสอย่างพวกเรา ๆ โกหกได้ แต่ว่าจิตของคนโกหกไม่ได้

ดูความสุขความทุกข์ของจิต

ความจริงท่านแยกไว้เป็น ๖ ผมขอย่อเป็น ๓

คนมีทุกข์มาก จิตสีดำมาก มีทุกข์น้อย จิตสีดำน้อย จางลงไป
ถ้าคนมีความสุขเพราะอามิสมาก จิตจะมีสีแดงมาก หากคนที่มีความสุขจากอามิสน้อย จิตมีสีแดงน้อย
แต่คนมีจิตสบาย ๆ ไม่กระทบกระทั่งกับอารมณ์ดีหรือไม่ดี จิตเป็นสุขมีจิตสีขาว
อันนี้เป็นจิตของปุถุชนคนธรรมดา

ก็เป็นที่น่าสังเกต เจโตปริยญาณ นี้ก็น่าจะฝึกฝนกันเข้าไว้ เป็นการดูจิตของเราเองว่า สกปรกมาก หรือสกปรกน้อย ถ้าสกปรกมากพยายามแก้ไขให้สกปรกน้อย จะได้ไม่มีความประมาทในการประพฤติปฏิบัติ ถ้าไม่อย่างนั้น เข้าใจว่าตัวดีไว้เสมอ อันนี้ใช้ไม่ได้

ความรู้ทั้งหมดนี่ผมพูดตามแนวแห่งการศึกษาตามหนังสือ แต่วิธีการปฏิบัติจริง ๆ ให้ถามพระพุทธเจ้าตรง

ถ้าจะถามว่า พระพุทธเจ้านิพพานไปแล้ว พบได้อย่างไร อันนี้ต้องทำก่อน อย่าไปพูดกับคนที่เขาไม่เคยทำอะไรเลย คนที่ไม่เคยปฏิบัติ ไม่เคยทำอะไรเลย จิตเข้าไม่ถึง

ก็เหมือนกับคนที่ไม่รู้จักน้ำปลาและสุรา เวลานี้สุราและน้ำปลาสีคล้ายกัน ถ้าเขาเคยดื่มแต่สุรา เราบอกว่า น้ำปลาเค็ม เขาจะไม่เชื่อ เขาเคยกินแต่น้ำปลา ไม่เคยดื่มสุรา ถ้าเราบอกว่า สุรามันเมา ไม่เค็มเหมือนน้ำปลา เขาก็ไม่เชื่อ ถ้าเขาเคยกินทั้งสองอย่าง เขาจะรู้ทั้งสองรส

นักศึกษาที่ศึกษาแต่หนังสือ ฟังเขาเล่าว่า ไม่พบความจริง อันนี้เราอย่าไปเถียงกับเขา (คำว่า นักศึกษา นี่ไม่ได้หมายถึง นักศึกษาในมหาวิทยาลัย หมายถึง นักศึกษาฝ่ายธรรมะ)

ผมพบมาเยอะ มีหลายท่านชอบพูดถึงเรื่องนิพพาน สมัยผมเป็นนักเทศน์ เขาจะขอให้เทศน์เรื่องนิพพาน ไล่ไปไล่มา คุยไปคุยมา ถามว่าศีล ๕ ครบหรือยัง เขาบอกว่ายังไม่ครบ อันนี้ถือว่า จิตยังตกอยู่ในเขตของอบายภูมิ ก็คุยกันไม่ได้.

<< ก่อนหน้า                อ่านต่อ >>

ขอเชิญฝึกมโนมยิทธิ ณ ศูนย์พุทธศรัทธา ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา ๑๒.๓๐ น.

คำถามคำตอบปัญหาเกี่ยวกับการฝึกมโนมยิทธิ โดยศูนย์พุทธศรัทธา

เรื่องนี้ถูกเขียนใน มโนมยิทธิ และติดป้ายกำกับ , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร