สำนักปฏิบัติพระกรรมฐานสาขาวัดท่าซุง อ.บ้านหมอ จ.สระบุรี โทร 081-853-7803, 081-937-0244

Archive for กันยายน, 2011

ร่วมด้วยช่วยกันบริจาคสิ่งของถวายวัดท่าซุง

6 Comments

        ขออนุโมทนากับทุกท่านที่่ร่วมทำบุญ และบริจาคสิ่งของช่วยวัดท่าซุงน้ำท่วมครับ เมื่อวันพุธที่ ๒๑ กันยายน ๒๕๕๔ ศูนย์พุทธศรัทธา ก็ได้ร่วมด้วยช่วยกัน ฝากสิ่งของไปกับรถทหารที่นำโดยพระมหาสมบัติ จากกรุงเทพฯ ไปถวายวัดท่าซุง ขอทุกท่านโมทนาบุญร่วมกันครับ

อ่านต่อ »

เสียงธรรม-ธรรมะเพื่อชีวิต

ปิดความเห็น บน เสียงธรรม-ธรรมะเพื่อชีวิต

เสียงธรรม-ธรรมะเพื่อชีวิต

ธรรมะเพื่อชีวิต ๑

ธรรมะเพื่อชีวิต ๒

ธรรมะเพื่อชีวิต ๓

ธรรมะเพื่อชีวิต ๔

ธรรมะเพื่อชีวิต ๕

ศรัทธาจริต-จริต ๖ ชุดทูลถวาย

1 Comment

ศรัทธาจริต-จริต ๖ ชุดทูลถวาย
โดยพระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤาษี วัดท่าซุง)

      สำหรับในตอนนี้ อาตมาก็ขอถวายพระพรในเรื่องของ ศรัทธาจริต สำหรับศรัทธาจริตนี้ก็รู้สึกว่า ถ้าจิตใจของบุคคลใดหนักในด้านศรัทธา จะมีกำไรมาก แต่ทว่าทั้งนี้ก็เว้นไว้แต่ว่า จะต้องมีผู้นำในทางที่ดี คนที่มีศรัทธาจริต องค์สมเด็จพระธรรมสามิตร์ทรงตรัสว่า เป็นคนเชื่อง่าย ในเมื่อท่านผู้นั้นเป็นคนเชื่อง่าย ถ้าใครจูงไปในทางที่ผิดก็ผิดง่าย ถ้าผู้จูงจูงไปทางที่ถูกก็ถูกง่าย ถ้าจูงไปหาความเลวก็เลวง่าย จูงไปหาความดีก็ดีง่าย ทีนี้ถ้าหากว่า ท่านผู้ชัก ผู้จูง ผู้แนะ ผู้นำ เป็นผู้ที่ทรงความดีอยู่เป็นปกติ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าท่านผู้นั้นเป็นพระอริยเจ้า ก็จะสามารถดึงเอาบุคคลผู้มีอารมณ์ทรงศรัทธาจริตเป็นพระอริยเจ้าได้ง่าย

ฉะนั้น สำหรับท่านที่ทรงศรัทธาจริตอยู่ อาตมาเห็นว่า เป็นจริตที่มีกำไรมาก เพราะว่าเขาสามารถจะเข้าถึงฌานสมาบัติ เข้าถึงมรรคถึงผลตั้งแต่เบื้องต่ำถึงเบื้องสูงได้โดยไม่ยาก เพราะว่าเป็นคนเชื่ออยู่แล้ว

ทีนี้ความเชื่อที่จะต้องแก้ เพราะว่าความเชื่อมีได้ ๒ สถาน คือ เชื่อในทางที่ผิดเขาก็เชื่อ ในทางที่ถูกก็เชื่อ การเชื่อในทางที่ผิด ใครแนะนำประการใดมา ก็เชื่อทันที อันนี้องค์สมเด็จพระมหามุนีกล่าวว่าเป็น อธิโมกขศรัทธา การน้อมใจเชื่อ เป็นของไม่ดี มักจะเดินทางไปในสายที่ผิดได้

ฉะนั้น องค์สมเด็จพระจอมไตรจึงทรงแนะนำไว้ว่า ถ้าจะเชื่อก็ควรใช้ปัญญาช่วยพิจารณาด้วย ที่ตามพระบาลีบอกว่า ต้องใช้ศรัทธาสัมปยุตไปด้วยปัญญา คำว่า สัมปยุต ก็แปลว่า ประกอบ เอาปัญญาช่วย เชื่อด้วย ใช้ปัญญาพิจารณาด้วย ตัวปัญญาตัวนี้น่าจะเป็นพุทธจริต

อ่านต่อ »

ปัญหาการปฏิบัติพระกรรมฐาน(๙)

1 Comment

หลวงพ่อฤๅษี ตอบปัญหาการปฏิบัติพระกรรมฐาน

ผู้ถาม:- “หลวงพ่อครับ ถ้าหากว่าตอนปฏิบัติพระกรรมฐาน ถ้าเราไม่สนใจต่อร่างกายคือว่าให้ยุงกัด เสร็จแล้วเราแกล้งหลับ แต่ว่ามีสติอยู่นะครับ แล้วจะเอาจิตไปเกิดยังไงครับ…?”

หลวงพ่อ:- “เอาใจไปเกิดที่ไหนล่ะ แกยังไม่ตายนี่ ยังไม่ตายไปเกิดได้เรอะ…?”

ผู้ถาม:- “คือเตรียมตายล่วงหน้าครับ”

หลวงพ่อ:- “เตรียมตายใช้ได้ แต่ยังไม่ตายนี่ ไอ้หนู มันเป็นไปไม่ได้หรอก ไอ้ยุงมันกัด ถ้าแกทนเจ็บได้ก็ถือเป็นบุญใหญ่ อย่าทำให้มันเกินคนไปเลย ทำแค่คนเขาทำน่ะพอแล้ว ยุงมันกัดเราทนไม่ไหวเราก็เข้ามุ้ง การเจริญพระกรรมฐานเขาไม่ได้จำกัดว่าจะต้องนั่งกลางแจ้งนี่ ในมุ้งก็ได้ ใช่ไหม…

เอาแค่พอเหมาะๆ ซิ เอ็งอย่าแกล้งตายเลย ชักจะยุ่งแล้ว เดี๋ยวพระยายมท่านก็แกล้งลงนรก เอามันจริง ๆ ดีกว่า อย่าเอาแกล้ง ๆ เลย

ถ้าหากขืนปล่อยให้ยุงกัดก็ไม่มีผล เพราะยุงกัดมันเจ็บ เจ็บแล้วจะเอาสมาธิจิตที่ไหนมา มันก็มีอย่างเดียวได้รับเชื้อโรคจากยุง รับความเจ็บจากยุง จิตมันก็อยู่ที่เจ็บ จิตที่เป็นกุศลไม่มี ในที่สุดเสียผลเปล่า

ค่อย ๆ ทำไปนะไอ้หนู อย่าไปคิดอะไรมากเลย ถ้าคิดมากไม่เป็นผล ต้องทำแบบสบายตามปกติ กลางคืนถ้าเราไม่มีมุ้ง ยุงมันมาก เราก็ใช้เวลากลางวัน กลางวันใช้ไม่ได้มาก ใช้นิดหน่อยก็ได้

การเจริญพระกรรมฐาน ไม่จำเป็นต้องนั่งขัดสมาธิเสมอไป ถ้าเป็นสุกขวิปัสสโกก็คิดใคร่ครวญไปตามเรื่องตามราว คิดหาทางตัดกิเลส โลภะมันโลภแบบไหน ความโลภหมายถึงแย่งทรัพย์เขา ขโมยทรัพย์เขา โกงเขาเรียกว่าโลภ ถ้าหากินโดยทางสุจริตเขาไม่เรียกว่าโลภ อย่าไปนึกว่าหากินทุกอย่างเป็นโลภไปหมด ไม่ใช่นะต้องถือว่าการหากินไม่เป็นความโลภ นั่นเป็นผลจากการทำความดี โลภจริง ๆ มันต้องขโมยเขา แย่งเขา โกงเขา จิตคิดอย่างนี้จึงเรียกว่าจิตโลภ

ต่อไปก็หาทางว่าไอ้ความโลภประเภทนั้นมันชั่ว เพราะเป็นศัตรูสร้างความทุกข์แก่ตัวเอง เราไม่ทำ ต่อมาก็ความโกรธ โกรธเป็นการสร้างศัตรู เราก็ไม่ทำ อารมณ์มันก็ตัด

ถ้าด้านภาวนานี่ก็เหมือนกัน ไม่ต้องตั้งท่า เดินไปเราก็ภาวนาของเราเรื่อยไป ภาวนาบ้างลืมไปบ้าง นั่งรถไปภาวนาไป กระจุ๋มกระจิ๋ม นิดๆ หน่อยๆ อย่างนี้ดีมาก ถ้าแบบนี้มันจะใช้อารมณ์ได้ทุกเวลา

และการเจริญพระกรรมฐาน ถ้ายังเก่งในมุ้งอยู่ ยังอีกนาน ถ้าไม่ถึงเวลาสงัดเราทำสมาธิไม่ได้ ยังอยู่ไกลมาก ถ้าทำจุ๋งๆ จิ๋งๆ นิดๆ หน่อยๆ ตามเรื่องตามราว นั่งคุยอยู่กับเพื่อน เพื่อนเขาลุกไปทำธุระ เราจับลมหายใจเข้าออก ภาวนา ๒-๓ คำ เพื่อนมาก็คุยกันใหม่ ดีไม่ดีทำงานทำการไป เหนื่อยๆ ก็วางปากกา วางเครื่องมือ จับคำภาวนาเสียนิด ไม่ต้องขัดสมาธิ อย่างนี้ดีไหม”

ผู้ถาม:- “ดีครับ”

.
หลวงพ่อตอบปัญหาธรรม ฉบับพิเศษ เล่ม ๒ หน้า ๖๗-๖๙ (หลวงพ่อฤาษี วัดท่าซุง)