สำนักปฏิบัติพระกรรมฐานสาขาวัดท่าซุง อ.บ้านหมอ จ.สระบุรี โทร 081-853-7803, 081-937-0244

Archive for the ‘พรหมวิหาร ๔’ Category

พรหมวิหาร ๔ ตอนที่ ๖

ปิดความเห็น บน พรหมวิหาร ๔ ตอนที่ ๖

พรหมวิหาร ๔ ตอนที่ ๖
หลวงพ่อพระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤาษี วัดท่าซุง)

      สำหรับวันนี้จะไม่พูดอารัมภบทมาก เพราะเป็นวันจบ เป็นอันว่าเรื่องของการเจริญพรหมวิหาร ๔ เป็นพระอรหันต์ง่าย เป็นอรหันต์เพราะเรารักตัวของเราเอง เราสงสารตัวของเราเอง เรารักตัวเรา ก็คือเราก็ไม่ทำความชั่ว เพราะความชั่วมันเป็นเหตุแห่งความเร่าร้อน เราสงสารตัวเรา เราก็ระวังไม่ให้ความชั่วมันเกิดขึ้น

ข้อที่สาม มีจิตอ่อนโยน คือกำลังจิตไม่แข็งไม่กระด้าง ใครเขาทำดีทำชั่วช่างเขา เราพยายามรักษากำลังใจของเราให้บริสุทธิ์ อุเบกขา วางเฉยต่ออารมณ์ทั้งหมด อารมณ์ที่มันมาจากกระแสเสียงก็ดี มาจากอาการทางกายก็ดี ทั้งอารมณ์ภายนอกและอารมณ์ภายใน

อ่านต่อ »

พรหมวิหาร ๔ ตอนที่ ๕

ปิดความเห็น บน พรหมวิหาร ๔ ตอนที่ ๕

พรหมวิหาร ๔ ตอนที่ ๕
หลวงพ่อพระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤาษี วัดท่าซุง)

      ปิยโต ชายเต โสโก องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า กล่าวว่า ความเศร้าโศกเสียใจ เกิดจากความรัก พอพลัดพรากจากกัน ตามกฎธรรมดาเท่านั้นแหละ ร้องไห้กันงอแง ทำไมจึงไม่คิดว่า คนเราเกิดมาแล้ว มันต้องตาย ญาติผู้ใหญ่คนอื่น เขาตายให้ดู ทำไมจึงไม่มอง ไปคิดว่า ไอ้คนที่เรารัก ของที่เรารัก มันจะอยู่กับเราตลอดกาลตลอดสมัย พอจากกันหน่อยตามกฏธรรมดาก็ร้องไห้ อันนี้น่าสังเวชจิต

นี่เราใช้เมตตา คือ อารมณ์แห่งความคิดรักตัวเองว่า จงอย่าก้าวเข้าไปหาความทุกข์ประเภทนั้นเลย จงใช้อสุภกรรมฐานกับ กายคตานุสสติกรรมฐาน เข้ามาพิจารณา และก็จับมรณานุสสติกรรมฐาน คือ ความตายเข้ามาร่วมด้วย

อ่านต่อ »

พรหมวิหาร ๔ ตอนที่ ๔

ปิดความเห็น บน พรหมวิหาร ๔ ตอนที่ ๔

พรหมวิหาร ๔ ตอนที่ ๔
หลวงพ่อพระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤาษี วัดท่าซุง)

        พรหมวิหาร ๔ นี่เป็นอารมณ์คิด เป็นอารมณ์ใช้ปัญญามากกว่าการใช้อารมณ์ทรงตัว แต่ทว่าขอบรรดาท่านพุทธบริษัทและพระโยคาวจรทั้งหลาย จงอย่าทิ้งอารมณ์สมาธิ ที่เคยบอกไว้แล้วว่าการเจริญพระกรรมฐานกองใดก็ดี ถ้าทิ้งอานาปานุสสติกรรมฐานเสียแล้ว กรรมฐานกองนั้นก็เลอะ เลอะหรือว่าเละ คือใช้ไม่ได้ เพราะว่าสภาวะจิตของเราชอบกระสับกระส่ายมีอารมณ์ฟุ้งซ่าน ฉะนั้นอานาปานุสสติกรรมฐานเป็นกรรมฐานแก้อารมณ์ฟุ้งซ่านของจิต

นอกจากจะใช้อานาปานุสสติกรรมฐาน จะใช้อนุสสติอื่น ๆ หรือว่า กสิณ หรือว่า อสุภ ควบคุมก็ได้ตามใจชอบ แต่ว่าจุดใหญ่จริง ๆ ต้องยึดอานาปานุสสติกรรมฐานไว้เป็นอารมณ์ นี่เพื่อป้องกันจิตโยกโคลง

อ่านต่อ »

พรหมวิหาร ๔ ตอนที่ ๓

ปิดความเห็น บน พรหมวิหาร ๔ ตอนที่ ๓

พรหมวิหาร ๔ ตอนที่ ๓
หลวงพ่อพระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤาษี วัดท่าซุง)

      สำหรับอารมณ์จิตที่เป็นฌานในพรหมวิหาร ๔ ก็คือว่ามีอารมณ์อยู่อย่างนี้เป็นปกติ ไม่มีความหวั่นไหวต่ออาการใดๆ ที่เข้ามากระทบกระทั่งใจ แทนที่จะเกลียด แทนที่จะโกรธ เราก็ยังมีเมตตา ความรัก เรามีความกรุณา ความสงสาร มีจิตอ่อนโยน ไม่อิจฉาริษยาเขา เมื่อเขาพลาดพลั้งเราไม่ซ้ำเติม เฉย ถือว่าเป็นกฏของกรรม นี่ว่ากันโดยอาการของการทรงพรหมวิหาร ๔ ให้เป็นฌาน

คำว่าฌานนี้ไม่ใช่นั่งหลับตา ฌานนั่งหลับตาน่ะ มันฌานไม่จริง ฌานจริงๆ นั้นก็คือว่า อารมณ์มันทรงอยู่เป็นปกติ หลับตาหรือลืมตา พูดอยู่ คุยอยู่ ทำงานอยู่ จิตใจเยือกเย็นมีความสุข ปรารถนาที่จะเกื้อกูลบุคคลที่มีความทุกข์ให้มีความสุข นี่ชื่อว่าฌานของพรหมวิหาร ๔ คือ อารมณ์ ๔ ประการนี่ต้องทรงตัว

อ่านต่อ »

พรหมวิหาร ๔ ตอนที่ ๒

ปิดความเห็น บน พรหมวิหาร ๔ ตอนที่ ๒

พรหมวิหาร ๔ ตอนที่ ๒
หลวงพ่อพระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤาษี วัดท่าซุง)

      สำหรับคำแนะนำในการเจริญพระกรรมฐานในวันนี้ ก็จะขอนำเอาเรื่องของ พรหมวิหาร ๔ มาแสดงแก่บรรดาท่านพุทธบริษัท

สำหรับพรหมวิหาร ๔ นี้ บรรดาท่านพุทธบริษัททั้งหลาย เป็นพระกรรมฐานกลางจริงๆ ตามที่ได้กล่าวมาแล้วว่า พรหมวิหาร ๔ ย่อมเป็นกำลังของฌาน เป็นอาหารของศีล เป็นอาหารของฌาน และ เป็นอาหารของวิปัสสนาญาณ ทั้งนี้ก็เพราะว่าพรหมวิหาร ๔ เป็นกรรมฐานเย็น คือต้นเหตุของกรรมฐาน

อ่านต่อ »

พรหมวิหาร ๔ ตอนที่ ๑

ปิดความเห็น บน พรหมวิหาร ๔ ตอนที่ ๑

พรหมวิหาร ๔ ตอนที่ ๑
หลวงพ่อพระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤาษี วัดท่าซุง)

      ความจริงพรหมวิหาร ๔ นี้เป็นธรรมะกลาง ที่ว่ากลางก็เพราะว่า ถ้าบุคคลใดมีอารมณ์ใจทรงอยู่ในพรหมวิหาร ๔ เป็นปกติ บุคคลนั้นจะมีศีลบริสุทธิ์อยู่ตลอดเวลา จะมีจิตทรงฌานอยู่ตลอดเวลา แล้วก็จะเป็นคนมีความฉลาดในด้านปัญญา สามารถตัดกิเลสเป็นสมุจเฉทปหานได้โดยง่าย ถ้าจะกล่าวกันว่า กรรมฐานบทนี้เป็นกรรมฐานใหญ่ก็ว่าได้

นี้กล่าวกันโดยอีกนัยหนึ่ง ก็ถือว่าพรหมวิหาร ๔ เป็นอาหาร อาหารเลี้ยงศีลให้อ้วนมีกำลัง เป็นอาหารเลี้ยงสมาธิให้มีกำลัง อาหารเลี้ยงปัญญาให้มีคมกล้า สามารถจะฟาดฟันกิเลสให้เป็นสมุจเฉทปหานเมื่อไหร่ก็ได้

อ่านต่อ »