สำนักปฏิบัติพระกรรมฐาน สาขาวัดท่าซุง อ.บ้านหมอ จ.สระบุรี ๑๘๑๓๐ โทรฯ ๐๓๖-๒๐๑๖๐๐,๐๘๔-๑๐๗๖๑๐๖,๐๘๑-๙๓๗๐๒๔๔

Archive for the ‘ธรรมะหลวงพ่อฤาษีฯ’ Category

สัมภเวสี

No Comments

สัมภเวสี
โดย หลวงพ่อฤาษี วัดท่าซุง

    สัมภเวสี คือคนที่ตายก่อนอายุขัย เรียกว่ามีกรรม ที่เรียกกันว่า อุปฆาตกรรมมาริดรอน ตัดรอนเสียตั้งแต่ยังไม่หมดอายุขัย ท่านพวกนี้เวลาตาย ทางนรกไม่ต้องการ ทางสวรรค์ไม่ต้องการ บุญที่ทำไว้ยังไม่ให้ผล หรือว่าบาปที่เขาทำยังไม่ให้ผล ยังไม่ถึงเวลาที่เขาจะเรียกไปสอบสวนและจัดการลงโทษ

มีสภาพเหมือนกับคนออกจากบ้านนี้ แล้วไปเข้าบ้านโน้นไม่ได้ จะกลับมาเข้าบ้านนี้ก็ไม่ได้ เดินไปเดินมาอยู่ด้วยความลำบาก อยากจะกินอะไรก็หากินไม่ได้ ผีประเภทนี้เรียกว่า สัมภเวสี แปลว่าพวกแสวงหาที่เกิด

อ่านต่อ »

พรหมวิหาร ๔ ตอนที่ ๓

No Comments

พรหมวิหาร ๔ ตอนที่ ๓
หลวงพ่อพระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤาษี วัดท่าซุง)

        สำหรับอารมณ์จิตที่เป็นฌานในพรหมวิหาร ๔ ก็คือว่ามีอารมณ์อยู่อย่างนี้เป็นปกติ ไม่มีความหวั่นไหวต่ออาการใดๆ ที่เข้ามากระทบกระทั่งใจ แทนที่จะเกลียด แทนที่จะโกรธ เราก็ยังมีเมตตา ความรัก เรามีความกรุณา ความสงสาร มีจิตอ่อนโยน ไม่อิจฉาริษยาเขา เมื่อเขาพลาดพลั้งเราไม่ซ้ำเติม เฉย ถือว่าเป็นกฏของกรรม นี่ว่ากันโดยอาการของการทรงพรหมวิหาร ๔ ให้เป็นฌาน

คำว่าฌานนี้ไม่ใช่นั่งหลับตา ฌานนั่งหลับตาน่ะ มันฌานไม่จริง ฌานจริงๆ นั้นก็คือว่า อารมณ์มันทรงอยู่เป็นปกติ หลับตาหรือลืมตา พูดอยู่ คุยอยู่ ทำงานอยู่ จิตใจเยือกเย็นมีความสุข ปรารถนาที่จะเกื้อกูลบุคคลที่มีความทุกข์ให้มีความสุข นี่ชื่อว่าฌานของพรหมวิหาร ๔ คือ อารมณ์ ๔ ประการนี่ต้องทรงตัว

อ่านต่อ »

หลวงพ่อฤาษีฯ สอนอานาปานุสสติกรรมฐาน ๑๑

No Comments

หลวงพ่อฤาษีฯ สอนอานาปานุสสติกรรมฐาน
ตอนที่ ๑๑ พระสกิทาคามีมรรค-ราคะ ๓

    สำหรับบัดนี้ ท่านทั้งหลายได้พากันสมาทานพระกรรมฐานและสมาทานศีลแล้ว บทว่า อิมาหัง ภควา อัตตภาวัง ตุมหากัง ปริจัชชามิ ซึ่งแปลเป็นใจความว่า ข้าพเจ้าขอมอบกายถวายชีวิตแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

ตอนที่ได้ยินเสียงอย่างนี้และท่านว่าตามอย่างนี้ ความรู้สึกของท่านเป็นยังไง ท่านว่าตามไปตามประเพณี หรือว่า ว่าไปด้วยความตั้งใจ หวังจะอุทิศชีวิตและร่างกายเป็นการบูชาพระรัตนตรัยหรือเปล่า

อ่านต่อ »

พรหมวิหาร ๔ ตอนที่ ๒

No Comments

พรหมวิหาร ๔ ตอนที่ ๒
หลวงพ่อพระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤาษี วัดท่าซุง)

        สำหรับคำแนะนำในการเจริญพระกรรมฐานในวันนี้ ก็จะขอนำเอาเรื่องของ พรหมวิหาร ๔ มาแสดงแก่บรรดาท่านพุทธบริษัท

สำหรับพรหมวิหาร ๔ นี้ บรรดาท่านพุทธบริษัททั้งหลาย เป็นพระกรรมฐานกลางจริงๆ ตามที่ได้กล่าวมาแล้วว่า พรหมวิหาร ๔ ย่อมเป็นกำลังของฌาน เป็นอาหารของศีล เป็นอาหารของฌาน และ เป็นอาหารของวิปัสสนาญาณ ทั้งนี้ก็เพราะว่าพรหมวิหาร ๔ เป็นกรรมฐานเย็น คือต้นเหตุของกรรมฐาน

อ่านต่อ »

พรหมวิหาร ๔ ตอนที่ ๑

No Comments

พรหมวิหาร ๔ ตอนที่ ๑
หลวงพ่อพระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤาษี วัดท่าซุง)

        ความจริงพรหมวิหาร ๔ นี้เป็นธรรมะกลาง ที่ว่ากลางก็เพราะว่า ถ้าบุคคลใดมีอารมณ์ใจทรงอยู่ในพรหมวิหาร ๔ เป็นปกติ บุคคลนั้นจะมีศีลบริสุทธิ์อยู่ตลอดเวลา จะมีจิตทรงฌานอยู่ตลอดเวลา แล้วก็จะเป็นคนมีความฉลาดในด้านปัญญา สามารถตัดกิเลสเป็นสมุจเฉทปหานได้โดยง่าย ถ้าจะกล่าวกันว่า กรรมฐานบทนี้เป็นกรรมฐานใหญ่ก็ว่าได้

นี้กล่าวกันโดยอีกนัยหนึ่ง ก็ถือว่าพรหมวิหาร ๔ เป็นอาหาร อาหารเลี้ยงศีลให้อ้วนมีกำลัง เป็นอาหารเลี้ยงสมาธิให้มีกำลัง อาหารเลี้ยงปัญญาให้มีคมกล้า สามารถจะฟาดฟันกิเลสให้เป็นสมุจเฉทปหานเมื่อไหร่ก็ได้

อ่านต่อ »

คาถามหาเสน่ห์

1 Comment

คาถามหาเสน่ห์
โดยหลวงพ่อฤาษี วัดท่าซุง

คาถามหาเสน่ห์มีอยู่ ๔ ข้อ ๔ คำ คือ
๑.ไม่พูดปด
๒.ไม่พูดคำหยาบ
๓.ไม่พูดส่อเสียด
๔.ไม่พูดเพ้อเจ้อเหลวไหล

นี่แหละเป็นคาถามหาเสน่ห์ คำว่า “คาถา” นี่มาจากภาษาบาลี แปลว่า “วาจาเป็นเครื่องกล่าว” ก็หมายถึงคำพูดที่เราพูดไปเอง คำพูดที่เราพูดออกไปนี่ ภาษาบาลีท่านเรียกว่า “คาถา”

อ่านต่อ »

๑๙ ปีกาลมรณภาพหลวงพ่อพระราชพรหมยาน

2 Comments

      ร่วมใจกันน้อมรำลึกถึงพระคุณอันยิ่งใหญ่ไพศาล อันหาประมาณมิได้ของ พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤาษี วัดท่าซุง) ที่มีต่อลูกหลานและศิษยานุศิษย์ ในวโรกาสครบรอบ ๑๙ ปีกาลมรณภาพของหลวงพ่อ (หลวงพ่อท่าน มรณภาพในวันที่ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๓๕)

ชมคลิปวีดีโอ ประวัติหลวงพ่อ ประวัติวัดท่าซุง และ ชีวประวัติหลวงพ่อ คลิปวีดีโอ หลวงพ่อเมตตามาศูนย์พุทธศรัทธาเป็นครั้งแรก วันที่ ๒๓ มกราคม ๒๕๓๒ และรับศูนย์พุทธศรัทธาเป็นสำนักปฏิบัติพระกรรมฐานสาขาวัดท่าซุง หลวงพ่อเมตตามาเป็นประธานพิธีวางศิลาฤกษ์ศาลาพระสุธรรมยานเถระ เมื่อวันที่ ๑๗ กันยายน ๒๕๓๒ ณ ศูนย์พุทธศรัทธา

อ่านต่อ »

ศรัทธาจริต-จริต ๖ ชุดทูลถวาย

1 Comment

ศรัทธาจริต-จริต ๖ ชุดทูลถวาย
โดยพระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤาษี วัดท่าซุง)

        สำหรับในตอนนี้ อาตมาก็ขอถวายพระพรในเรื่องของ ศรัทธาจริต สำหรับศรัทธาจริตนี้ก็รู้สึกว่า ถ้าจิตใจของบุคคลใดหนักในด้านศรัทธา จะมีกำไรมาก แต่ทว่าทั้งนี้ก็เว้นไว้แต่ว่า จะต้องมีผู้นำในทางที่ดี คนที่มีศรัทธาจริต องค์สมเด็จพระธรรมสามิตร์ทรงตรัสว่า เป็นคนเชื่อง่าย ในเมื่อท่านผู้นั้นเป็นคนเชื่อง่าย ถ้าใครจูงไปในทางที่ผิดก็ผิดง่าย ถ้าผู้จูงจูงไปทางที่ถูกก็ถูกง่าย ถ้าจูงไปหาความเลวก็เลวง่าย จูงไปหาความดีก็ดีง่าย ทีนี้ถ้าหากว่า ท่านผู้ชัก ผู้จูง ผู้แนะ ผู้นำ เป็นผู้ที่ทรงความดีอยู่เป็นปกติ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าท่านผู้นั้นเป็นพระอริยเจ้า ก็จะสามารถดึงเอาบุคคลผู้มีอารมณ์ทรงศรัทธาจริตเป็นพระอริยเจ้าได้ง่าย

ฉะนั้น สำหรับท่านที่ทรงศรัทธาจริตอยู่ อาตมาเห็นว่า เป็นจริตที่มีกำไรมาก เพราะว่าเขาสามารถจะเข้าถึงฌานสมาบัติ เข้าถึงมรรคถึงผลตั้งแต่เบื้องต่ำถึงเบื้องสูงได้โดยไม่ยาก เพราะว่าเป็นคนเชื่ออยู่แล้ว

อ่านต่อ »

ปัญหาการปฏิบัติพระกรรมฐาน(๙)

1 Comment

ปัญหาการปฏิบัติพระกรรมฐาน(๙)
หลวงพ่อพระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤาษี วัดท่าซุง)

        หลวงพ่อครับ ถ้าหากว่าตอนปฏิบัติพระกรรมฐาน ถ้าเราไม่สนใจต่อร่างกาย คือว่าให้ยุงกัด เสร็จแล้วเราแกล้งหลับ แต่ว่ามีสติอยู่นะครับ แล้วจะเอาจิตไปเกิดยังไงครับ…?

เอาใจไปเกิดที่ไหนล่ะ แกยังไม่ตายนี่ ยังไม่ตายไปเกิดได้เรอะ

คือเตรียมตายล่วงหน้าครับ

เตรียมตายใช้ได้ แต่ยังไม่ตายนี่ ไอ้หนูมันเป็นไปไม่ได้หรอก ไอ้ยุงมันกัด ถ้าแกทนเจ็บได้ก็ถือเป็นบุญใหญ่ อย่าทำให้มันเกินคนไปเลย ทำแค่คนเขาทำน่ะพอแล้ว ยุงมันกัดเราทนไม่ไหวเราก็เข้ามุ้ง…

อ่านต่อ »

การชำระหนี้สงฆ์

No Comments

การชำระหนี้สงฆ์
โดย หลวงพ่อพระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤาษี วัดท่าซุง)

ผู้ถาม:-        “ทำกรรมอะไรถึงลง อเวจี คะ…?”

หลวงพ่อ:- “อเวจีนี่ทำกรรมหนักมากมันจึงจะลง ก็มี อนันตริยกรรม อาจิณกรรม ขโมยของสงฆ์ ของสงฆ์นี่แตะนิดเดียว ลงอเวจีเลยนะ แม้แต่เศษเล็ก ๆ”

เรื่อง อนันตริยกรรม เช่น ฆ่าพ่อแม่ ฆ่าพระอรหันต์ ยุให้สงฆ์แตกกัน เป็นต้น
พระยายมมาบอกหลวงพ่อว่า “ทุกคนอย่าได้ทำเด็ดขาด ท่านช่วยไม่ได้เลย”

ส่วน อาจิณกรรม เช่น แม่ครัวทุบหัวปลาแกงเป็นประจำ เป็นต้น

สำหรับ ขโมยของสงฆ์ หลวงพ่อได้ยกตัวอย่างให้ฟังดังนี้

“มีญาติพระเจ้าพิมพิสาร เป็นทายกในตอนต้นก็ดี ซื่อตรงต่อการบุญการกุศล แต่มาตอนกลาง ๆ มือถึงท้ายมือไม่ค่อยดี เริ่มหยิบแล้ว ทีแรกก็เป็นทายก ต่อมาก็เลยเป็นทายัก ของอะไรดี ๆ ก็ยักเอาไปเสียบ้าง เอาไว้ให้ลูกให้เมีย เอาไว้เป็นประโยชน์ส่วนตนเสียบ้าง ของที่เขาจะถวายสงฆ์ เขาตั้งใจจะทำอาหารถวายสงฆ์ เนื้อดี ๆ ก็ยักเอาไว้บ้าง แกงดี ๆ ก็ยักเอาไว้บ้าง บางทีไม่ยกของสด ไอ้ของที่สำเร็จรูปที่เขาไม่ทันจะถวายพระ ก็ยักเอาไว้เสียบ้าง

ญาติของพระเจ้าพิมพิสารเป็นทายักแบบนี้ ตายแล้วลงนรกสิ้นระยะเวลา ๑ กัป พ้นจากนั้นแล้ว ก็มาตกยมโลกียนรก คือผ่านนรกบริวาร ๔ ขุม แล้วก็มาตกยมโลกีนรกตามลำดับ มาเป็นเปรต ๑๑ จำพวก สุดท้ายก็เป็นเปรตพวกที่ ๑๒ สมัยพระพุทธเจ้าของเรานี่”

อ่านต่อ »