สำนักปฏิบัติพระกรรมฐาน สาขาวัดท่าซุง อ.บ้านหมอ จ.สระบุรี ๑๘๑๓๐ โทรฯ ๐๓๖-๒๐๑๖๐๐,๐๘๔-๑๐๗๖๑๐๖,๐๘๑-๙๓๗๐๒๔๔

Archive for the ‘มโนมยิทธิ’ Category

ฝึกมโนมยิทธิ ณ ศูนย์พุทธศรัทธา ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา ๑๓.๐๐ น.

No Comments

ฝึกมโนมยิทธิ ณ ศูนย์พุทธศรัทธา
ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา ๑๓.๐๐ น.

        ศูนย์พุทธศรัทธา สำนักปฏิบัติพระกรรมฐานสาขาวัดท่าซุง มีการฝึกมโนมยิทธิ เป็นประจำทุกวันเสาร์และวันอาทิตย์ เวลา ๑๓.๐๐ น. ยกเว้นวันเสาร์-อาทิตย์ที่ตรงกับธรรมทัศนาจร ดูปฏิทินบำเพ็ญกุศล ศูนย์พุทธศรัทธา ปี ๒๕๕๕

วันเสาร์ที่ ๔ และวันอาทิตย์ที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕
มีฝึกมโนมยิทธิตามปกติ เริ่มเวลา ๑๓.๐๐ น.

วันเสาร์ที่ ๑๑ และวันอาทิตย์ที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕
ฝึกมโนมยิทธิเต็มกำลัง ที่วัดท่าซุง

วันเสาร์ที่ ๑๘ และวันอาทิตย์ที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕
มีฝึกมโนมยิทธิตามปกติ เริ่มเวลา ๑๓.๐๐ น.

วันเสาร์ที่ ๒๕ และวันอาทิตย์ที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕
มีคนจองมาฝึกเต็มแล้ว

ท่านที่จะไปฝึก ควรไปถึงศูนย์ฯ ก่อนบ่ายโมง กรุณาโทรฯ แจ้งล่วงหน้า ว่าจะไปฝึกวันเสาร์หรือวันอาทิตย์ ระบุจำนวนคนที่จะเข้าฝึก เพื่อทางศูนย์ฯ จะได้จัดเตรียมครูฝึกให้พอเพียง เบอร์โทรฯ ติดต่อ ๐๘๔-๑๐๗๖๑๐๖ หรือ ๐๘๑-๙๓๗๐๒๔๔

สำหรับท่านที่ไม่สะดวกในวันเสาร์-อาทิตย์ ก็สามารถไปฝึกมโนมยิทธิได้ ในงานบวชเนกขัมมะบารมี ซึ่งทางศูนย์พุทธศรัทธาจัดขึ้นเป็นประจำในวันสำคัญปีละ ๔ ครั้ง คือ

วันมาฆบูชา (๗-๑๐ มีนาคม ๒๕๕๕)  ดูกำหนดการงานบวช
วันวิสาขบูชา (๒-๔ มิถุนายน ๒๕๕๕)
วันแม่แห่งชาติ (๑๑-๑๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)
และวันพ่อแห่งชาติ (๕-๘ ธันวาคม ๒๕๕๕)

คำแนะนำการฝึกมโนมยิทธิ สำหรับนักปฏิบัติใหม่
โดย หลวงพ่อพระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤาษี วัดท่าซุง)

        วัตถุประสงค์ของการฝึกมโนมยิทธิ เพื่อให้นักปฏิบัติทุกท่าน พิสูจน์พระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าว่า นรก สวรรค์ พรหม นั้นมีจริงหรือไม่ พระนิพพานสูญจริงหรือ และเป็นการปฏิบัติทางลัดให้เข้าสู่พระนิพพานได้โดยเร็วขึ้น ไม่ใช่ฝึกเพื่อความสนุกสนานหรือเพื่อเป็นการโอ้อวดบุคคลอื่น หรือเพื่อไปเป็นหมอดูให้ชาวบ้าน

จุดประสงค์ให้ทุกท่านตัดกิเลสเป็นสมุจเฉทปหาน โดยเริ่มเป็นพระโสดาบันจนถึงพระอรหันต์ นักปฏิบัติทุกท่านควรศึกษา สังโยชน์ ๑๐ และบารมี ๑๐ ให้เข้าใจ และอารมณ์ของพระอริยเจ้าตั้งแต่เบื้องต้นจนถึงปลาย

อ่านต่อ >>

คำถาม-คำตอบ เกี่ยวกับการฝึกมโนมยิทธิ
โดย ศูนย์พุทธศรัทธา

        หลายท่านที่ไม่เคยฝึกมโนมยิทธิ และสนใจอยากฝึก มักมีปัญหาข้อข้องใจใคร่รู้ คณะผู้สอนมโนมยิทธิของศูนย์พุทธศรัทธา ได้ให้คำตอบไว้ และพร้อมตอบคำถามท่านที่สนใจ คลิกเข้าไปสอบถามเพิ่มเติม หรืออ่านคำถาม-คำตอบเกี่ยวกับการฝึกมโนมยิทธิ โดยศูนย์พุทธศรัทธา ได้ที่นี่ครับ

คำถามยอดฮิต
“ถ้าไม่มีครูอาจารย์ สามารถฝึกเองได้มั๊ยคะ ถ้าได้ควรทำยังไงบ้างคะ”
“รบกวนขอวิธีฝึกย่อๆ ได้ไหมครับ เอาแค่ว่าหลักการต้องทำอย่างไรบ้างหนะครับ พอดีผมไม่สะดวกไปฝึก”

คำตอบ
“การฝึกมโนมยิทธิด้วยตนเองสามารถทำได้ แต่จะฝึกได้ยากกว่ามีครูฝึกนำ ขอให้คำแนะนำเบื้องต้นสำหรับการฝึกด้วยตนเอง สำหรับท่านที่อยู่ไกล ไม่สะดวกที่จะไปฝึกที่วัดท่าซุง หรือที่บ้านสายลม หรือที่ศูนย์พุทธศรัทธาก็ดี ในเมื่อจำเป็นจริงๆ ก็ต้องฝึกด้วยตนเองที่บ้าน ถึงแม้จะยาก ถ้าเรามีความตั้งใจจริงและมีบุญเก่า(เคยได้มโนฯ มาในอดีต) ก็น่าจะพยายามฝึกฝน จะฝึกได้หรือไม่ได้ อย่างน้อยเราก็ได้เจริญพระกรรมฐาน ซึ่งเป็นบุญใหญ่

หลักสำคัญคือ ให้พยายามรักษาศีล ๕ ให้บริสุทธิ์ ฝึกภาวนา นะมะ พะธะ พร้อมกำหนดลมหายใจเข้าออก หายใจเข้าภาวนาว่า นะมะ หายใจออกภาวนาว่า พะธะ ถ้ากำหนดภาพพระพุทธรูปองค์ใดองค์หนึ่งที่เราชอบ จนภาพพระกำหนดได้ชัดเจนแจ่มใส ถือว่าท่านได้เตรียมความพร้อมที่จะฝึกได้

ท่านใดที่ทำได้ตามที่แนะนำ ถ้ายังฝึกไม่ได้ จะโทรสอบถามก็ได้ครับ โทรฯ ๐๘๔-๑๐๗๖๑๐๖ จะแนะนำวิธีฝึกให้เพิ่มเติม ขออนุโมทนากับทุกท่านที่สนใจในการปฏิบัติธรรมครับ”

อ่านต่อ >>

หนังสือคำสอนเรื่อง มโนมยิทธิ เล่ม ๑ และ เล่ม ๒
หลวงพ่อพระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤาษี วัดท่าซุง) รวบรวมโดย ศูนย์พุทธศรัทธา

        ศูนย์พุทธศรัทธา ได้รวบรวมคำสอนเกี่ยวกับวิธีปฏิบัติมโนมยิทธิ ของพระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤาษี วัดท่าซุง) ผลที่ได้จากการปฏิบัติมโนมยิทธิ การรู้จักใช้ญาณต่าง ๆ ให้ถูกต้อง และการนำผลที่ได้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในการตัดกิเลส เป็นอีบุ๊ค เพื่อท่านที่สนใจจะได้ศึกษา เป็นแนวทางในการฝึกปฏิบัติ เพื่อความพ้นทุกข์ต่อไป

อ่าน มโนมยิทธิ ๑ หลวงพ่อพระราชพรหมยาน
อ่าน มโนมยิทธิ ๒ หลวงพ่อพระราชพรหมยาน

โหลดอีบุ๊ค มโนมยิทธิ ๑ หลวงพ่อพระราชพรหมยาน
โหลดอีบุ๊ค มโนมยิทธิ ๒ หลวงพ่อพระราชพรหมยาน

อ่านต่อ >>

คำแนะนำการฝึกมโนมยิทธิ สำหรับนักปฏิบัติใหม่

1 Comment

คำแนะนำการฝึกมโนมยิทธิ สำหรับนักปฏิบัติใหม่
โดย หลวงพ่อพระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤาษี วัดท่าซุง)

วัตถุประสงค์ของการฝึกมโนมยิทธิ

เพื่อให้นักปฏิบัติทุกท่าน พิสูจน์พระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าว่า นรก สวรรค์ พรหม นั้นมีจริงหรือไม่ พระนิพพานสูญจริงหรือ และเป็นการปฏิบัติทางลัดให้เข้าสู่พระนิพพานได้โดยเร็วขึ้น ไม่ใช่ฝึกเพื่อความสนุกสนานหรือเพื่อเป็นการโอ้อวดบุคคลอื่น หรือเพื่อไปเป็นหมอดูให้ชาวบ้าน

จุดประสงค์ให้ทุกท่านตัดกิเลสเป็นสมุจเฉทปหาน โดยเริ่มเป็นพระโสดาบันจนถึงพระอรหันต์ นักปฏิบัติทุกท่านควรศึกษา สังโยชน์ ๑๐ และบารมี ๑๐ ให้เข้าใจ และอารมณ์ของพระอริยเจ้าตั้งแต่เบื้องต้นจนถึงปลาย

ฉะนั้นนักปฏิบัติเมื่อได้แล้ว ควรฝึกฝนให้ชำนาญทุกอิริยาบถ โดยกำหนดจิตของตนไปเฝ้าอยู่เฉพาะพระพักตร์ขององค์สมเด็จพระชินวรอยู่เป็นประจำ

การวางอารมณ์ ขณะเวลาปลอดเสียง

๑.ตัดความกังวลห่วงใยใดๆ ทั้งหลายให้หมดสิ้น และตั้งจิตแผ่เมตตาไปในจักรวาลทั้งปวง ตั้งจิตไว้ว่า เราจะไม่เป็นศัตรูกับใคร มนุษย์และสัตว์ทั้งหลายเป็นเพื่อน เกิด แก่ เจ็บ ตาย รักสุขเกลียดทุกข์เหมือนกัน

๒.กำหนดรู้ลมหายใจเข้า-ออก พร้อมทั้งพิจารณาว่าเราเกิดมาเพื่อตาย ร่างกายไม่ใช่เรา ไม่ใช่ของเรา ร่างกายนี้เป็นของสกปรก ไม่เที่ยง เป็นปัจจัยของความทุกข์ทั้งหลายและเสื่อมสลายไปในที่สุด ดินแดนที่มีความสุขอมตะคือพระนิพพาน ให้จิตจับพระนิพพานเป็นอารมณ์

๓.เมื่อพิจารณาจิตสบายแล้ว ก็ใช้คำภาวนาว่า “นะ มะ พะ ธะ” พร้อมกับกำหนดรู้ลมหายใจเข้าออก เวลาหายใจเข้าว่า “นะ มะ” เวลาหายใจออกว่า “พะ ธะ” ภาวนาแบบสบายๆ อย่าบังคับให้ช้าหรือเร็วเกินไป (เมื่อรู้สึกอึดอัดให้หายใจเข้าช้าๆ หายใจออกช้าๆ ๓-๔ ครั้ง ก็จะหายเอง)

เมื่อหมดเวลาปลอดเสียงแล้ว ถ้าครูเข้าไปให้คำแนะนำ ขอให้นักปฏิบัติหยุดภาวนา วางอารมณ์เบาๆ แบบสบายๆ อย่าปักอารมณ์สมาธิให้แน่น จะเสียผล ตั้งใจฟังคำแนะนำ และปฏิบัติโดยพิจารณาตามไปด้วยทันที (ตั้งใจพิจารณาให้เห็นจริงด้วยปัญญา)

เมื่อจิตสามารถเคลื่อนตัวได้แล้ว การตอบคำถามให้ตอบตามความรู้สึกสัมผัสทางจิตก่อน มิใช่ เอาตาไปเห็น หรือ เอาหูไปฟังเสียง

ถ้าครูถามว่ามีความรู้สึกว่าเห็นอะไร ความรู้สึกของจิตแรกว่าอย่างไรให้ตอบอย่างนั้นทันที อย่าไปลังเลสงสัย ถ้ามีอารมณ์ไม่แน่ใจ อารมณ์ลังเลสงสัยที่มาขวางอยู่ ท่านบอกว่าเป็นอารมณ์เลวที่กั้นความดี มาขวางอยู่ นักปฏิบัติควรศึกษาให้เข้าใจ และตัดอารมณ์สงสัยให้หมดไป

ขณะฝึกจิตมีสมาธิ อารมณ์จิตย่อมเป็นทิพย์
เป็นการสัมผัสจริง ไม่ใช่เกิดจากความนึกคิดของเราที่จะสร้างขึ้น

ขณะฝึกตอบผิดหรือถูกยังไม่สำคัญ ขณะฝึกขอให้มีความมั่นใจในตนเอง ถือแบบปฏิบัติแบบโง่ๆ ไปก่อน ถ้าครูถามว่ารู้สึกเห็นเป็นสีอะไร ความรู้สึกของจิตแรกบอกสีขาว เราก็ตอบว่าสีขาวทันที อย่าใช้อารมณ์ที่สองหรือคิดต่อจะเกิดอุปาทาน

ข้อนี้ท่านนักปฏิบัติควรศึกษาให้เข้าใจ และควรระวังไว้ให้มาก เริ่มต้นฝึกไปแบบมืดๆ แบบตาบอดคลำช้างไปก่อน เมื่อศีล สมาธิ ปัญญา สมบูรณ์ และชำนาญขึ้น ก็สามารถจะสัมผัสความเป็นทิพย์ได้ชัดเจน เหมือนตาเห็น (สภาพเห็นของจิตมีวงจำกัดมาก ฉะนั้นจึงต้องขออาราธนาบารมีขององค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าเสมอ)

ข้อควรปฏิบัติในเวลาปกติ สำหรับท่านที่ปฏิบัติได้แล้ว
ควรรักษาไว้ให้ดีขึ้น หรืออย่างน้อยก็ให้ทรงตัว โดยจำอารมณ์ตอนขณะฝึกได้ครั้งแรกๆ

และท่านที่กำลังฝึกปฏิบัติอยู่ ควรสำรวจตนเองเสมอว่า เราบกพร่องในข้อไหนในด้านศีล สมาธิ ปัญญา (สำหรับท่านที่มาปฏิบัติใหม่ หัวข้อธรรมะบางข้ออาจยังไม่เข้าใจ ให้ศึกษารายละเอียดได้จากหนังสือคู่มือปฏิบัติพระกรรมฐาน)

ควรระวังอารมณ์ของนิวรณ์ ๕ คือ ความพอใจในรูป เสียง กลิ่น รส สัมผัสระหว่างเพศ, ความโกรธความพยาบาท, ความง่วง, ความฟุ้งซ่าน, อารมณ์สงสัยในพระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า ทั้ง ๕ อย่างนี้ ขณะปฏิบัติให้ละโดยเด็ดขาด

และในเวลาปกติระหว่างใช้ชีวิตประจำวัน ควรกำหนดรู้ลมหายใจเข้าออก และใช้คำภาวนา “นะ มะ พะ ธะ” สลับกับการพิจารณาร่างกาย ให้จิตสะอาด แล้วไปกราบนมัสการพระพุทธเจ้าที่แดนพระนิพพาน ทำเสมอๆ หัดทำให้คล่องทุกอิริยาบถได้ยิ่งดี

เพราะหลวงพ่อท่านแนะนำว่า การที่เราจะเคลื่อนจิตไปได้นั้น ต้องอาศัยกำลังของสมาธิ การที่เราจะเห็นภาพได้ชัดเจน ต้องอาศัยวิปัสสนาญาณ และนักปฏิบัติทุกท่านที่ต้องการให้ได้ผลดี ต้องรักษา ศีล สมาธิ ปัญญา ให้ทรงตัวในระดับเดียวกันจึงจะได้ผลเต็มที่

ขอเชิญฝึกมโนมยิทธิ ณ ศูนย์พุทธศรัทธา ทุกวันเสาร์และวันอาทิตย์ เวลา ๑๓.๐๐ น.

ฝึกมโนมยิทธิ ณ ศูนย์พุทธศรัทธา
ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา ๑๓.๐๐ น.

ศูนย์พุทธศรัทธา สำนักปฏิบัติพระกรรมฐานสาขาวัดท่าซุง มีการฝึกมโนมยิทธิ เป็นประจำทุกวันเสาร์และวันอาทิตย์ เวลา ๑๓.๐๐ น. ยกเว้นวันเสาร์-อาทิตย์ที่ตรงกับธรรมทัศนาจร ดูปฏิทินบำเพ็ญกุศล ศูนย์พุทธศรัทธา ปี ๒๕๕๕

วันเสาร์ที่ ๔ และวันอาทิตย์ที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕
มีฝึกมโนมยิทธิตามปกติ เริ่มเวลา ๑๓.๐๐ น.

วันเสาร์ที่ ๑๑ และวันอาทิตย์ที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕
ฝึกมโนมยิทธิเต็มกำลัง ที่วัดท่าซุง

วันเสาร์ที่ ๑๘ และวันอาทิตย์ที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕
มีฝึกมโนมยิทธิตามปกติ เริ่มเวลา ๑๓.๐๐ น.

วันเสาร์ที่ ๒๕ และวันอาทิตย์ที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕
มีคนจองมาฝึกเต็มแล้ว

ท่านที่จะไปฝึก ควรไปถึงศูนย์ฯ ก่อนบ่ายโมง กรุณาโทรฯ แจ้งล่วงหน้า ว่าจะไปฝึกวันเสาร์หรือวันอาทิตย์ ระบุจำนวนคนที่จะเข้าฝึก เพื่อทางศูนย์ฯ จะได้จัดเตรียมครูฝึกให้พอเพียง เบอร์โทรฯ ติดต่อ ๐๘๔-๑๐๗๖๑๐๖ หรือ ๐๘๑-๙๓๗๐๒๔๔

สำหรับท่านที่ไม่สะดวกในวันเสาร์-อาทิตย์ ก็สามารถไปฝึกมโนมยิทธิได้ ในงานบวชเนกขัมมะบารมี ซึ่งทางศูนย์พุทธศรัทธาจัดขึ้นเป็นประจำในวันสำคัญปีละ ๔ ครั้ง คือ

วันมาฆบูชา (๗-๑๐ มีนาคม ๒๕๕๕)  ดูกำหนดการงานบวช  
วันวิสาขบูชา (๒-๔ มิถุนายน ๒๕๕๕)
วันแม่แห่งชาติ (๑๑-๑๓ สิงหาคม ๒๕๕๕)
และวันพ่อแห่งชาติ (๕-๘ ธันวาคม ๒๕๕๕)

 

คำถาม-คำตอบ เกี่ยวกับการฝึกมโนมยิทธิ
โดย ศูนย์พุทธศรัทธา

หลายท่านที่ไม่เคยฝึกมโนมยิทธิ และสนใจอยากฝึก มักมีปัญหาข้อข้องใจใคร่รู้ คณะผู้สอนมโนมยิทธิของศูนย์พุทธศรัทธา ได้ให้คำตอบไว้ และพร้อมตอบคำถามท่านที่สนใจ คลิกเข้าไปสอบถามเพิ่มเติม หรืออ่านคำถาม-คำตอบได้ที่ คำถาม-คำตอบเกี่ยวกับการฝึกมโนมยิทธิ โดยศูนย์พุทธศรัทธา ครับ

 

หนังสือคำสอนเรื่อง มโนมยิทธิ เล่ม ๑ และ เล่ม ๒
หลวงพ่อพระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤาษี วัดท่าซุง) รวบรวมโดย ศูนย์พุทธศรัทธา

ศูนย์พุทธศรัทธา ได้รวบรวมคำสอนเกี่ยวกับวิธีปฏิบัติมโนมยิทธิ ของพระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤาษี วัดท่าซุง) ผลที่ได้จากการปฏิบัติมโนมยิทธิ การรู้จักใช้ญาณต่าง ๆ ให้ถูกต้อง และการนำผลที่ได้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในการตัดกิเลส เป็นอีบุ๊ค เพื่อท่านที่สนใจจะได้ศึกษา เป็นแนวทางในการฝึกปฏิบัติ เพื่อความพ้นทุกข์ต่อไป

โหลดอีบุ๊ค มโนมยิทธิ ๑ หลวงพ่อพระราชพรหมยาน
โหลดอีบุ๊ค มโนมยิทธิ ๒ หลวงพ่อพระราชพรหมยาน

อ่าน มโนมยิทธิ ๑ หลวงพ่อพระราชพรหมยาน
อ่าน มโนมยิทธิ ๒ หลวงพ่อพระราชพรหมยาน

อ่านต่อ »

การรักษาอารมณ์ของมโนมยิทธิ

2 Comments

การรักษาอารมณ์ของมโนมยิทธิ
หลวงพ่อพระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤาษี วัดท่าซุง)

วิชามโนมยิทธิ เป็นหลักสูตรทางพระพุทธศาสนาทางด้านวิชชา ๓ กึ่งอภิญญา

คำว่า มโนมยิทธิ แปลว่า มีฤทธิ์ทางใจ เป็นวิชาที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชพรหมยาน(หลวงพ่อฤาษี วัดท่าซุง)นำมาสอน จุดประสงค์เพื่อให้คนได้พิสูจน์พระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า ในเรื่อง นรก สวรรค์ พรหม พระนิพพาน เป็นสิ่งที่มีจริงเป็นจริง เป็นการตัดตัววิจิกิจฉา ความลังเลสงสัยในพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า เป็นการละสังโยชน์ข้อที่ ๒ ในสังโยชน์ ๑๐

คนที่ฝึกได้ สามารถใช้จิตหรืออทิสสมานกายท่องเที่ยวไปตามภพภูมิต่างๆ ได้ เมื่อเขาไปเห็นแดนอบายภูมิ เห็นโทษจากการละเมิดศีล เขาก็จะตั้งใจและรักษาศีลได้บริสุทธิ์ เป็นการละสังโยชน์ข้อที่ ๓ คือสีลัพพตปรามาส

คนที่ฝึกมโนมยิทธิได้ การทรงอารมณ์พระโสดาบันจะได้ผลอย่างรวดเร็ว เพราะพระโสดาบันตัดสังโยชน์ได้ ๓ ข้อ คือ สักกายทิฐิ, วิจิกิจฉา และสีลัพพตปรามาส และพระเดชพระคุณหลวงพ่อฤาษีวัดท่าซุง ท่านกล่าวไว้ว่า สักกายทิฐิของพระโสดาบันคือ คิดว่าตัวเราจะต้องตายแน่ และให้นึกถึงความตายอยู่เสมอ คิดว่าเราอาจจะตายวันนี้พรุ่งนี้ จะได้ไม่ประมาทในชีวิต

การรักษาอารมณ์ พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่าน กล่าวไว้ดังนี้

การรักษาอารมณ์ของมโนมยิทธิ มโนมยิทธินี่จะพาเราเป็นพระอริยะเจ้าได้เร็วที่สุด วิธีที่จะทรงมโนมยิทธิได้ ก็คือ

๑.พยายามรักษาอารมณ์ให้ทรงอยู่ในศีล
๒.นิวรณ์ ๕ ประการ อย่าให้มายุ่งกับใจ

ไอ้นิวรณ์ ๕ ประการน่ะไปไล่เบี้ยให้ดีว่ามีอะไรบ้าง แล้วก็วิธีที่จะระงับนิวรณ์ ๕ ก็ไม่ยาก ก็คือไม่สนใจมันเสียเลยในขณะที่ทรงสมาธิ หนักเข้าๆ พยายามไม่สนใจมันซะทั้งวัน สนใจอย่างเดียวว่า จับพระรูปพระโฉมองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ให้ชัดเจนอยู่ตลอดเวลา

คำว่า “ตลอดเวลา” ท่านอาจจะบอกว่ามันยากเกินไป แต่อย่าลืมว่าผมทำมาได้ ในตอนต้นผมทำได้ ที่ผมมาพูดนี่ผมทำได้ผมถึงมาพูด มันไม่ใช่ยากเกินไป และคนอื่นเขาก็ทำได้ คืออย่างใหม่ๆ มันก็ลืมบ้าง ไม่ลืมบ้าง ลืมบ้าง นึกได้บ้างเป็นของธรรมดา

นี่ผมไม่ตำหนิแต่พยายามควบคุมกำลังใจว่า ถ้าว่างเมื่อไหร่ จับพระรูปพระโฉมพระองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไว้เป็นปกติ ถ้ามันชินจริงๆ ถ้าเราพูดอยู่ ทำงานอยู่ จิตมันก็จับเห็นพระพุทธรูปเป็นปกติ ถ้าทำได้ตลอดเวลา นี่เป็นฌานเป็น “พุทธานุสสติกรรมฐาน”

ถ้าเราเห็นพระพุทธเจ้าอยู่เป็นปกติ ท่านไม่ต้องสนใจว่าอารมณ์ของท่านจะเสื่อมเมื่อไหร่ ไม่มีคำว่าเสื่อม มันมีความแจ่มใสตลอดเวลา การที่จะเห็นเทวดา เห็นพรหม ไปนิพพานเรื่องง่ายๆ อารมณ์มันอยู่ตรงนี้

แต่ว่า ภาพพระพุทธเจ้านี่เป็นเครื่องวัดจิตของเรา ถ้าวันไหนถ้าจิตเราเลว วันนั้นภาพพระพุทธเจ้าจะไม่ผ่องใส จะมัวหมอง ถ้าเลวมากจะหายไปเลย เราก็ต้องค้นคว้าว่า มันเลวเพราะอะไร ทวนถอยหลังดูว่า ตั้งแต่เช้ามาถึงเวลานี้ เราทำอะไรผิดบ้าง ถ้าทำอะไรผิดไป เรารู้ตัวก็ขอขมาโทษต่อองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสีย ว่าจะไม่ทำต่อไปแล้ว อารมณ์ก็จะแจ่มใสตามเดิม นี่เป็นการรักษาอารมณ์แบบง่ายๆ

ประการที่ ๒ การขึ้นไปนิพพานน่ะ ต้องขึ้นทุกวัน ถ้าวันหนึ่งหลายเที่ยวยิ่งดี การขึ้นไปไม่ต้องไปนั่งขัดสมาธิ ให้มันคล่องตัวจริง ๆ เดินไปเดินมาปั๊บ!กำหนดจิตขึ้นไปถึงนิพพานเลย ขึ้นไปไหว้พระพุทธเจ้า

ต้องการรู้อะไรถามพระพุทธเจ้าโดยตรง อย่ารู้เอง ถ้ารู้เองไม่ช้าผิด ถ้าเราจะรู้อะไร ถ้ามันมีความรู้อยู่บ้าง ตัดอารมณ์รู้ทิ้งไปเสียก่อนทำไม่รู้ไม่ชี้ ให้จิตมันทรงตัว แล้วก็เข้าไปถามพระพุทธเจ้าตรง ท่านบอกยังไงเชื่อตามนั้น ตรงกับความจริงทั้งหมด นี่เป็นการรักษาอารมณ์ ว่ากันโดยย่อนะ

สำหรับท่านที่ยังไม่ได้อย่าท้อใจคิดว่ายังไม่ได้ ก็รวมความว่าถ้าไม่มีบารมีมาในกาลก่อน ท่านก็ไม่อยากเจริญกรรมฐาน นี่เป็นเครื่องวัด คนที่ไม่มีความดีมาเลย กรรมฐานนี่เขาไม่ทำกัน

บารมี ๓ ขั้น คือถ้ามีบารมีต้น แค่บารมีต้นอย่างเดียว การเจริญกรรมฐานก็ไม่อยากทำ พอใจขั้นศีลกับทาน ถ้าหากมีบารมีเป็น อุปบารมี ก็พอใจแค่ฌานสมาบัติ ถ้าหากบารมีถึงขั้น ปรมัตถบารมี จึงจะพอใจพระนิพพาน อันนี้ไปวัดใจเอาเอง

ถ้าหากว่าบารมีถึงอุปบารมี เราก็เร่งรัดเป็นปรมัตถบารมีได้ ไม่ใช่มันจมอยู่แค่นั้น มันสร้างต่อได้ นี่ขอท่านจงมั่นใจในความดีในอดีตของท่านว่าเคยสั่งสมความดีมามากแล้ว ตอนนี้ถ้าทุกคนที่ได้แล้วนะ จะไปถามองค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า ขอดูภาพเดิมก็จะเห็นชัดว่าเราเคยได้ฌานสมาบัติมาแล้วกี่ชาติ ถ้าท่านถามจริงๆ ท่านจะงงเต็มทีว่า โอ้โฮ!นี่เราได้มาตั้งเยอะแล้วหรือนี่.

อุปสรรคของผู้ฝึกมโนมยิทธิ

1 Comment

อุปสรรคของผู้ฝึกมโนมยิทธิ
สนทนากับพระอาจารย์เล็ก สุธมฺมปญฺโญ

เมื่อครูฝึกเขาบอกว่าให้ยกจิตขึ้นสู่พระจุฬามณีเจดีย์สถาน ให้นึกเดี๋ยวนี้เลยว่าตรงหน้าของเราตอนนี้คือพระจุฬามณี ให้เรากำหนดใจว่าหยุดอยู่ตรงหน้าพระจุฬามณี ถ้าเขาถามว่าพระจุฬามณี มีสภาพอย่างไร ความรู้สึกแรกบอกว่าอย่างไร ก็ให้ตอบไปตามนั้นเลย ไม่จำเป็นจะต้องเหมือนคนอื่นเขา โดยเฉพาะถ้าฝึกร่วมกัน

อ่านต่อ »

อีบุ๊ค มโนมยิทธิ หลวงพ่อพระราชพรหมยาน

No Comments

อีบุ๊ค มโนมยิทธิ
หลวงพ่อพระราชพรหมยาน

     ศูนย์พุทธศรัทธา ได้รวบรวมคำสอนเกี่ยวกับการปฏิบัติมโนมยิทธิ และผลที่ได้จากการปฏิบัติมโนมยิทธิ ของพระเดชพระคุณ หลวงพ่อพระราชพรหมยาน(หลวงพ่อฤาษี วัดท่าซุง) มาให้ท่านที่สนใจได้ศึกษา เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติ และได้จัดทำเป็น e-Book ขึ้น เพื่อเผยแผ่เป็นธรรมทาน สำหรับท่านที่สนใจ สามารถโหลดเก็บไว้ศึกษาได้

อ่านต่อ »

มโนมยิทธิ หลวงพ่อพระราชพรหมยาน (๒/๙)

Comments Off

ประโยชน์ของการเจริญมโนมยิทธิ
หลวงพ่อพระราชพรหมยาน

     มโนมยิทธินี้ ประโยชน์ใหญ่มาก ทำให้คนมีความเข้าใจ ตั้งใจในเขตแดนของความสงบสุข และก็ปลดเปลื้องความทุกข์ คือ ไม่ทำความทุกข์ให้เกิดแก่ผู้อื่น

อ่านต่อ »

มโนมยิทธิ หลวงพ่อพระราชพรหมยาน (๒/๘)

Comments Off

ปัจจุปปันนังสญาณ&ยถากรรมมุตาญาณ
หลวงพ่อพระราชพรหมยาน

     ปัจจุปปันนังสญาณ รู้ว่าปัจจุบันใครอยู่ที่ไหน ทำอะไรอยู่ มีชีวิตอยู่ หรือว่าตายไปแล้ว มีความสุขหรือว่ามีความทุกข์

ยถากรรมมุตาญาณเป็นญาณเครื่องบอกให้รู้ว่า ความสุขก็ดี ความทุกข์ก็ดี ความเสียหายก็ดี ความได้กำไรก็ดี ที่ปรากฏขึ้นมาเวลานี้ เป็นผลของความดี มาจากไหน

อ่านต่อ »

มโนมยิทธิ หลวงพ่อพระราชพรหมยาน (๒/๗)

Comments Off

อนาคตังสญาณ
หลวงพ่อพระราชพรหมยาน

     อนาคตังสญาณ คือ รู้เหตุการณ์ข้างหน้า รู้เรื่องของเรา และรู้เรื่องของคนอื่น รู้เรื่องของสัตว์อื่น รู้เรื่องของสถานที่ เราก็ใช้กำลังของ มโนมยิทธิ ที่เราฝึก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทิพจักขุญาณ ดูก็ได้ …

อ่านต่อ »

มโนมยิทธิ หลวงพ่อพระราชพรหมยาน (๒/๖)

Comments Off

อตีตังสญาณ
หลวงพ่อพระราชพรหมยาน

     อตีตังสญาณ คือ ญาณในอดีต สิ่งที่ล่วงมาแล้ว เราต้องการพบ เราต้องการรู้ เราตั้งใจจะรู้ “ทำใจสบาย” คือ รักษาสะเก็ด รักษากระพี้ รักษาเปลือก ไว้ให้ได้ ใจจะเป็นสุข ใช้อารมณ์ได้ทุกวัน ตลอดทุกวินาที ที่เราต้องการอยากจะรู้

อ่านต่อ »

มโนมยิทธิ หลวงพ่อพระราชพรหมยาน (๒/๕)

Comments Off

ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ
หลวงพ่อพระราชพรหมยาน

     คนเราส่วนมากเป็นผู้เมาในชีวิต ไม่ได้คิดว่าชีวิตนี้มันจะตาย ถ้าเราใช้กำลังของ ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ คือ การระลึกชาติถอยหลัง ว่าชาติไหนเราเกิดเป็นอะไร เราก็จะรู้ความไม่แน่นอนของชีวิตว่ามันไม่เที่ยง แต่ความตายเป็นของเที่ยง

     สิ่งที่ไม่แน่นอน ก็คือ อารมณ์ใจของเรา อารมณ์ใจของเรามันเลว ไม่ยอมรับนับถือตามความเป็นจริง

อ่านต่อ »