Warning: session_start(): Cannot send session cookie - headers already sent by (output started at /home/buddhasa/public_html/wp-config.php:1) in /home/buddhasa/public_html/wp-content/plugins/captcha-code-authentication/wpCaptcha.php on line 45

Warning: session_start(): Cannot send session cache limiter - headers already sent (output started at /home/buddhasa/public_html/wp-config.php:1) in /home/buddhasa/public_html/wp-content/plugins/captcha-code-authentication/wpCaptcha.php on line 45
มโนมยิทธิ « ศูนย์พุทธศรัทธา
สำนักปฏิบัติพระกรรมฐานสาขาวัดท่าซุง อ.บ้านหมอ จ.สระบุรี โทรฯ ๐๘๑-๘๕๓๗๘๐๓,๐๘๑-๙๓๗๐๒๔๔

Posts Tagged ‘มโนมยิทธิ’

ฝึกมโนมยิทธิ ณ ศูนย์พุทธศรัทธา ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา ๑๒.๓๐ น.

1 Comment

      ศูนย์พุทธศรัทธา สำนักปฏิบัติพระกรรมฐานสาขาวัดท่าซุง ฝึกมโนมยิทธิ ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา ๑๒.๓๐ น. ยกเว้นวันเสาร์-อาทิตย์ที่ตรงกับธรรมทัศนาจร และงานบุญของศูนย์ฯ ดูปฏิทินบำเพ็ญกุศลตลอดปี ๒๕๕๙

   ท่านที่จะมาฝึกมโนมยิทธิ สิ่งที่ควรเตรียมตัวล่วงหน้า

๑.รักษาศีล ๕ ให้บริสุทธิ์
๒.ฝึกสมาธิ ด้วยการกำหนดลมหายใจเข้าออก พร้อมคำภาวนา นะมะ พะธะ หายใจเข้า ภาวนาว่า นะมะ หายใจออก ภาวนาว่า พะธะ
๓.เมื่อภาวนาจนจิตเบาสบายแล้ว น้อมจิตนึกถึงภาพพระพุทธรูปองค์ใดองค์หนึ่งที่เราชอบ พยายามทำบ่อยๆ จนอารมณ์ชิน การฝึกจะได้ผลเร็ว

๔.ก่อนที่จะมาฝึก กรุณาโทรฯแจ้งล่วงหน้า ว่าจะมาฝึกวันเสาร์หรือวันอาทิตย์ พร้อมจำนวนคนที่จะมาฝึก เพื่อทางศูนย์ฯ จะได้จัดเตรียมครูฝึกให้พอเพียง เบอร์โทรฯ ติดต่อ 081-8537803 หรือ 084-1076106 หรือ 081-9370244

๕.วันที่จะมาฝึก เตรียมดอกไม้ ๓ สี ดอกอะไรสีอะไรก็ได้ ธูป ๓ ดอก เทียน ๑ เล่ม พร้อมเงินบูชาครู ๑ สลึงขึ้นไป (ถ้ามาหลายคนใช้เครื่องบูชาครู รวมกันได้)

๖.เริ่มฝึกเวลา ๑๒.๓๐ น. กรุณามาถึงศูนย์ฯ ก่อนเที่ยงครึ่ง เพราะจะเปิดคำสอนการฝึกมโนมยิทธิ ของหลวงพ่อฤๅษี ก่อนฝึกครึ่งชั่วโมง

๗.แต่งกายสุภาพตามสบาย ไม่จำเป็นต้องแต่งชุดขาว
๘.การฝึกใช้เวลาเพียงวันเดียว ไม่ต้องค้างคืน (การฝึกแต่ละครั้ง จะใช้เวลาประมาณ ๑ ถึง ๓ ชั่วโมง ซึ่งก็แล้วแต่ผู้มาฝึก จะฝึกได้ช้าหรือเร็ว)

   แผนที่และการเดินทางไปศูนย์พุทธศรัทธา

การเดินทางจากกรุงเทพฯ

การเดินทางใช้เส้นทางสายเอเชียจะสะดวกที่สุด คือเข้าทางอ่างทอง เมื่อใกล้ถึงทางแยกเข้าตัวเมืองอ่างทองให้ชิดซ้าย จะมีป้ายบอกไป อ.ท่าเรือ ให้เลี้ยวซ้ายขึ้นสะพานลอย แล้วขับตรงไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๒๖๗ ประมาณ ๒๖ กิโลเมตร

ถึงหลักกิโลเมตรที่ ๒๖ จะมีสะพานลอยข้ามทางรถไฟ ลงสะพานลอยจะเป็นสี่แยกไฟแดง ซ้ายมือจะมีป้อมตำรวจให้เลี้ยวซ้าย แล้วขับตรงตามทางหลวงหมายเลข ๓๐๒๒ ขับตรงไปประมาณ ๔ กิโลเมตร ก็ถึงศูนย์พุทธศรัทธา อยู่ติดถนนทางด้านซ้ายมือ

การเดินทางจากภาคอิสาน

ถึงสระบุรีจะมีสะพานลอย (สังเกตจากห้างโลตัสสระบุรีด้านขวามือ) ขึ้นสะพานลอยพอลงสะพานลอยจะเจอสี่แยกไฟแดง วิ่งตรงไปข้ามสะพานข้ามแม่น้ำป่าสัก จะเจอไฟแดงให้ตรงไปตลอด

ขับตรงไป จากสี่แยกวิ่งตรงไปประมาณ ๒๐ กม. ก่อนถึง อ.พระพุทธบาท จะมีป้ายใหญ่สีเขียวบอกว่าไป อ.บ้านหมอ ให้เลี้ยวซ้ายไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๑๐ ตรงทางเลี้ยวจะมีปั้มเอสโซ่ เลี้ยวไปประมาณ ๒ กม. ด้านซ้ายมือจะมีโรงเจชื่อ โรงเจพุทธบูชา ให้ขับรถเลยโรงเจไปประมาณ ๒๐๐ เมตร จะมีทางแยกซ้ายมือไป อ.บ้านหมอ ให้เลี้ยวซ้ายวิ่งไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๐๒๒ วิ่งตรงไปประมาณ ๑๒ กม. ก็ถึงศูนย์พุทธศรัทธา อยู่ติดถนนทางด้านขวามือ

การเดินทางจากภาคเหนือ

ท่านที่มาจากทางภาคเหนือจะมาศูนย์พุทธศรัทธาได้ ๒ ทาง คือเข้าทางลพบุรี และเข้าทางอ่างทอง ขอแนะนำให้เข้าทางอ่างทองจะสะดวกกว่า

เมื่อถึงแยกอ่างทองให้เลี้ยวซ้ายไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๒๖๗ วิ่งตรงไปประมาณ ๒๖ กม. จะเจอสะพานลอยข้ามทางรถไฟ ลงจากสะพานลอยจะเจอสี่แยกไฟแดงให้เลี้ยวซ้ายไปตามทางหลวงหมายเลย ๓๐๒๒ วิ่งตรงไปประมาณ ๔ กม. ก็ถึงศูนย์พุทธศรัทธา จะอยู่ติดถนนด้านซ้ายมือ

รถตู้สาธารณะ

ออกจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ปลายทาง อ.บ้านหมอ มีรถออกทุกวันทุก ๑ ชั่วโมง
รถของ Nooz…Win Tour จะมาส่งให้ถึงศูนย์พุทธศรัทธาและขากลับจะมารับให้โดยเพิ่มค่าบริการเล็กน้อย จากกรุงเทพฯ เที่ยวแรก ๐๗.๐๐ น. เที่ยวสุดท้าย ๒๐.๐๐ น.ขากลับจาก อ.บ้านหมอ เข้ากรุงเทพฯ รถเที่ยวสุดท้ายออกเวลา ๑๘.๐๐ น.
สอบถามเรื่องรถตู้ โทรฯ 081-9949916,086-1367178

คำถาม-คำตอบเกี่ยวกับการฝึกมโนมยิทธิ โดยศูนย์พุทธศรัทธา

46 Comments

คำถาม-คำตอบ เกี่ยวกับการฝึกมโนมยิทธิ
โดยศูนย์พุทธศรัทธา

      ศูนย์พุทธศรัทธา สำนักปฏิบัติพระกรรมฐานสาขาวัดท่าซุง มีการฝึกมโนมยิทธิ เป็นประจำทุกวันเสาร์และวันอาทิตย์ เริ่มเวลา ๑๒.๓๐ น. ยกเว้นวันเสาร์-อาทิตย์ที่ตรงกับธรรมทัศนาจร

หลายท่านที่ยังไม่เคยฝึกมโนมยิทธิและสนใจอยากฝึก ได้สอบถามข้อข้องใจกันเข้ามามาก คณะผู้สอนมโนมยิทธิของศูนย์พุทธศรัทธาได้ให้คำตอบไว้ และพร้อมตอบคำถามท่านที่สนใจ เข้าไปสอบถามเพิ่มเติมหรืออ่านคำถาม-คำตอบได้ครับ

อ่านต่อ »

เสียงธรรม-แนะนำผู้ฝึกมโนมยิทธิ

1 Comment

เสียงธรรม-แนะนำผู้ฝึกมโนมยิทธิ
หลวงพ่อพระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤาษี วัดท่าซุง)

แนะนำผู้ฝึกมโนมยิทธิ (หน้า A)

แนะนำผู้ฝึกมโนมยิทธิ (หน้า B)

มโนมยิทธิ หลวงพ่อพระราชพรหมยาน

ปิดความเห็น บน มโนมยิทธิ หลวงพ่อพระราชพรหมยาน

      วิชชามโนมยิทธิ เป็นหลักสูตรทางพระพุทธศาสนาในด้านวิชชา ๓ กึ่งอภิญญา คำว่า มโนมยิทธิ แปลว่า มีฤทธิ์ทางใจ เป็นวิชชาที่ พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤาษี วัดท่าซุง) นำมาสอนศิษยานุศิษย์และพุทธบริษัทฯ

จุดประสงค์สำคัญ เพื่อให้ผู้ปฏิบัติได้พิสูจน์พระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า ในเรื่องนรก สวรรค์ พรหม พระนิพพาน ว่าเป็นสิ่งที่มีจริงเป็นจริง เป็นการสร้างกำลังใจ และทำให้การปฏิบัติเพื่อความพ้นทุกข์เป็นไปอย่างถูกต้องและรวดเร็ว

มโนมยิทธิ ๑ หลวงพ่อพระราชพรหมยาน

● เกริ่นนำ
● ความหมายของมโนมยิทธิ
● ต้นกำเนิดของมโนมยิทธิ
● วัตถุประสงค์
● คุณประโยชน์
● แบบของมโนมยิทธิ
● เหตุบันดาลใจให้ประยุกต์
● มโนมยิทธิประยุกต์แบบครึ่งกำลัง    มโน ๑/๑
● การเตรียมตัวฝึก
● การสมาทานพระกรรมฐาน
● คำบูชาพระรัตนตรัย
● คำขอขมาพระรัตนตรัย
● การสมาทานศีล
● คำสมาทานพระกรรมฐาน    มโน ๑/๒
● การฝึกที่ต้องมีครูชี้แนะ
● การฝึกแบบครึ่งกำลัง
● ครูฝึก    มโน ๑/๓
● การฝึกแบบเต็มกำลัง
● วิธีปฏิบัติ
● การฝึกด้วยตนเองสำหรับผู้ฝึกใหม่    มโน ๑/๔
● การฝึกด้วยตนเองสำหรับผู้เคยฝึกแล้ว
● การท่องเที่ยว
● ญาณ ๘    มโน ๑/๕
● การอุทิศส่วนกุศล
● คำอุทิศส่วนกุศล
● เตือนสติ    มโน ๑/๖

● หลวงพ่อตอบปัญหาผู้ไม่เคยฝึกมาก่อน
● หลวงพ่อตอบปัญหาผู้เริ่มฝึกใหม่ ๆ
● หลวงพ่อตอบปัญหาผู้เริ่มฝึกได้แล้วและการฝึกแบบเต็มกำลัง

มโนมยิทธิ ๒ หลวงพ่อพระราชพรหมยาน

● มโนมยิทธิเต็มกำลัง
● นิพพานมีสภาพไม่สูญ
● จุตูปปาตญาณ
● เจโตปริยญาณ
● ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ
● อตีตังสญาณ
● อนาคตังสญาณ
● ปัจจุปปันนังสญาณ
● ยถากรรมมุตาญาณ
● ประโยชน์ของการเจริญมโนมยิทธิ

● อีบุ๊คมโนมยิทธิ หลวงพ่อพระราชพรหมยาน

● การรักษาอารมณ์ของมโนมยิทธิ โดยหลวงพ่อฤาษี
● หลวงพ่อฤๅษีฯแนะนำการฝึกมโนมยิทธิสำหรับนักปฏิบัติใหม่

● ฝึกมโนมยิทธิ ณ ศูนย์พุทธศรัทธา ทุกเสาร์-อาทิตย์ ๑๒.๓๐ น.
● คำถาม-คำตอบเกี่ยวกับการฝึกมโนมยิทธิ โดยศูนย์พุทธศรัทธา

คำแนะนำการฝึกมโนมยิทธิ สำหรับนักปฏิบัติใหม่

ปิดความเห็น บน คำแนะนำการฝึกมโนมยิทธิ สำหรับนักปฏิบัติใหม่

คำแนะนำการฝึกมโนมยิทธิ สำหรับนักปฏิบัติใหม่
โดย หลวงพ่อพระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤาษี วัดท่าซุง)

วัตถุประสงค์ของการฝึกมโนมยิทธิ

เพื่อให้นักปฏิบัติทุกท่าน พิสูจน์พระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าว่า นรก สวรรค์ พรหม นั้นมีจริงหรือไม่ พระนิพพานสูญจริงหรือ และเป็นการปฏิบัติทางลัดให้เข้าสู่พระนิพพานได้โดยเร็วขึ้น ไม่ใช่ฝึกเพื่อความสนุกสนานหรือเพื่อเป็นการโอ้อวดบุคคลอื่น หรือเพื่อไปเป็นหมอดูให้ชาวบ้าน

จุดประสงค์ให้ทุกท่านตัดกิเลสเป็นสมุจเฉทปหาน โดยเริ่มเป็นพระโสดาบันจนถึงพระอรหันต์ นักปฏิบัติทุกท่านควรศึกษา สังโยชน์ ๑๐ และบารมี ๑๐ ให้เข้าใจ และอารมณ์ของพระอริยเจ้าตั้งแต่เบื้องต้นจนถึงปลาย

ฉะนั้นนักปฏิบัติเมื่อได้แล้ว ควรฝึกฝนให้ชำนาญทุกอิริยาบถ โดยกำหนดจิตของตนไปเฝ้าอยู่เฉพาะพระพักตร์ขององค์สมเด็จพระชินวรอยู่เป็นประจำ

การวางอารมณ์ ขณะเวลาปลอดเสียง

๑.ตัดความกังวลห่วงใยใดๆ ทั้งหลายให้หมดสิ้น และตั้งจิตแผ่เมตตาไปในจักรวาลทั้งปวง ตั้งจิตไว้ว่า เราจะไม่เป็นศัตรูกับใคร มนุษย์และสัตว์ทั้งหลายเป็นเพื่อน เกิด แก่ เจ็บ ตาย รักสุขเกลียดทุกข์เหมือนกัน

๒.กำหนดรู้ลมหายใจเข้า-ออก พร้อมทั้งพิจารณาว่าเราเกิดมาเพื่อตาย ร่างกายไม่ใช่เรา ไม่ใช่ของเรา ร่างกายนี้เป็นของสกปรก ไม่เที่ยง เป็นปัจจัยของความทุกข์ทั้งหลายและเสื่อมสลายไปในที่สุด ดินแดนที่มีความสุขอมตะคือพระนิพพาน ให้จิตจับพระนิพพานเป็นอารมณ์

๓.เมื่อพิจารณาจิตสบายแล้ว ก็ใช้คำภาวนาว่า “นะ มะ พะ ธะ” พร้อมกับกำหนดรู้ลมหายใจเข้าออก เวลาหายใจเข้าว่า “นะ มะ” เวลาหายใจออกว่า “พะ ธะ” ภาวนาแบบสบายๆ อย่าบังคับให้ช้าหรือเร็วเกินไป (เมื่อรู้สึกอึดอัดให้หายใจเข้าช้าๆ หายใจออกช้าๆ ๓-๔ ครั้ง ก็จะหายเอง)

เมื่อหมดเวลาปลอดเสียงแล้ว ถ้าครูเข้าไปให้คำแนะนำ ขอให้นักปฏิบัติหยุดภาวนา วางอารมณ์เบาๆ แบบสบายๆ อย่าปักอารมณ์สมาธิให้แน่น จะเสียผล ตั้งใจฟังคำแนะนำ และปฏิบัติโดยพิจารณาตามไปด้วยทันที (ตั้งใจพิจารณาให้เห็นจริงด้วยปัญญา)

เมื่อจิตสามารถเคลื่อนตัวได้แล้ว การตอบคำถามให้ตอบตามความรู้สึกสัมผัสทางจิตก่อน มิใช่ เอาตาไปเห็น หรือ เอาหูไปฟังเสียง

ถ้าครูถามว่ามีความรู้สึกว่าเห็นอะไร ความรู้สึกของจิตแรกว่าอย่างไรให้ตอบอย่างนั้นทันที อย่าไปลังเลสงสัย ถ้ามีอารมณ์ไม่แน่ใจ อารมณ์ลังเลสงสัยที่มาขวางอยู่ ท่านบอกว่าเป็นอารมณ์เลวที่กั้นความดี มาขวางอยู่ นักปฏิบัติควรศึกษาให้เข้าใจ และตัดอารมณ์สงสัยให้หมดไป

ขณะฝึกจิตมีสมาธิ อารมณ์จิตย่อมเป็นทิพย์

เป็นการสัมผัสจริง ไม่ใช่เกิดจากความนึกคิดของเราที่จะสร้างขึ้น

ขณะฝึกตอบผิดหรือถูกยังไม่สำคัญ ขณะฝึกขอให้มีความมั่นใจในตนเอง ถือแบบปฏิบัติแบบโง่ๆ ไปก่อน ถ้าครูถามว่ารู้สึกเห็นเป็นสีอะไร ความรู้สึกของจิตแรกบอกสีขาว เราก็ตอบว่าสีขาวทันที อย่าใช้อารมณ์ที่สองหรือคิดต่อจะเกิดอุปาทาน

ข้อนี้ท่านนักปฏิบัติควรศึกษาให้เข้าใจ และควรระวังไว้ให้มาก เริ่มต้นฝึกไปแบบมืดๆ แบบตาบอดคลำช้างไปก่อน เมื่อศีล สมาธิ ปัญญา สมบูรณ์ และชำนาญขึ้น ก็สามารถจะสัมผัสความเป็นทิพย์ได้ชัดเจน เหมือนตาเห็น (สภาพเห็นของจิตมีวงจำกัดมาก ฉะนั้นจึงต้องขออาราธนาบารมีขององค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าเสมอ)

ข้อควรปฏิบัติในเวลาปกติ สำหรับท่านที่ปฏิบัติได้แล้ว

ควรรักษาไว้ให้ดีขึ้น หรืออย่างน้อยก็ให้ทรงตัว โดยจำอารมณ์ตอนขณะฝึกได้ครั้งแรกๆ

และท่านที่กำลังฝึกปฏิบัติอยู่ ควรสำรวจตนเองเสมอว่า เราบกพร่องในข้อไหนในด้านศีล สมาธิ ปัญญา (สำหรับท่านที่มาปฏิบัติใหม่ หัวข้อธรรมะบางข้ออาจยังไม่เข้าใจ ให้ศึกษารายละเอียดได้จากหนังสือคู่มือปฏิบัติพระกรรมฐาน)

ควรระวังอารมณ์ของนิวรณ์ ๕ คือ ความพอใจในรูป เสียง กลิ่น รส สัมผัสระหว่างเพศ, ความโกรธความพยาบาท, ความง่วง, ความฟุ้งซ่าน, อารมณ์สงสัยในพระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า ทั้ง ๕ อย่างนี้ ขณะปฏิบัติให้ละโดยเด็ดขาด

และในเวลาปกติระหว่างใช้ชีวิตประจำวัน ควรกำหนดรู้ลมหายใจเข้าออก และใช้คำภาวนา “นะ มะ พะ ธะ” สลับกับการพิจารณาร่างกาย ให้จิตสะอาด แล้วไปกราบนมัสการพระพุทธเจ้าที่แดนพระนิพพาน ทำเสมอๆ หัดทำให้คล่องทุกอิริยาบถได้ยิ่งดี

เพราะหลวงพ่อท่านแนะนำว่า การที่เราจะเคลื่อนจิตไปได้นั้น ต้องอาศัยกำลังของสมาธิ การที่เราจะเห็นภาพได้ชัดเจน ต้องอาศัยวิปัสสนาญาณ และนักปฏิบัติทุกท่านที่ต้องการให้ได้ผลดี ต้องรักษา ศีล สมาธิ ปัญญา ให้ทรงตัวในระดับเดียวกันจึงจะได้ผลเต็มที่

ขอเชิญฝึกมโนมยิทธิ ณ ศูนย์พุทธศรัทธา ทุกวันเสาร์และวันอาทิตย์ เวลา ๑๒.๓๐ น.

ฝึกมโนมยิทธิ ณ ศูนย์พุทธศรัทธา
ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา ๑๒.๓๐ น.

ศูนย์พุทธศรัทธา สำนักปฏิบัติพระกรรมฐานสาขาวัดท่าซุง มีการฝึกมโนมยิทธิ เป็นประจำทุกวันเสาร์และวันอาทิตย์ เวลา ๑๒.๓๐ น. ยกเว้นวันเสาร์-อาทิตย์ ที่ตรงกับธรรมทัศนาจรและงานบุญของศูนย์ฯ วันที่ 23 – 24 พฤษภาคม มีฝึกมโนมยิทธิตามปกติ วันที่ 30 – 31 พฤษภาคม งดฝึก ตรงกับงานบวชเนกขัมมะบารมี

ท่านที่จะไปฝึก ควรไปถึงศูนย์ฯ ก่อนเที่ยงครึ่ง กรุณาโทรฯ แจ้งล่วงหน้า ว่าจะไปฝึกวันเสาร์หรือวันอาทิตย์ ระบุจำนวนคนที่จะเข้าฝึก เพื่อทางศูนย์ฯ จะได้จัดเตรียมครูฝึกให้พอเพียง เบอร์โทรฯ ติดต่อ ๐๘๔-๑๐๗๖๑๐๖ หรือ ๐๘๑-๙๓๗๐๒๔๔

 

คำถาม-คำตอบ เกี่ยวกับการฝึกมโนมยิทธิ
โดย ศูนย์พุทธศรัทธา

หลายท่านที่ไม่เคยฝึกมโนมยิทธิ และสนใจอยากฝึก มักมีปัญหาข้อข้องใจใคร่รู้ คณะผู้สอนมโนมยิทธิของศูนย์พุทธศรัทธา ได้ให้คำตอบไว้ และพร้อมตอบคำถามท่านที่สนใจ คลิกเข้าไปสอบถามเพิ่มเติม หรืออ่านคำถาม-คำตอบได้ที่ คำถาม-คำตอบเกี่ยวกับการฝึกมโนมยิทธิ โดยศูนย์พุทธศรัทธา

 

หนังสือคำสอนเรื่อง มโนมยิทธิ เล่ม ๑ และ เล่ม ๒
หลวงพ่อพระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤาษี วัดท่าซุง) รวบรวมโดย ศูนย์พุทธศรัทธา

ศูนย์พุทธศรัทธา ได้รวบรวมคำสอนเกี่ยวกับวิธีปฏิบัติมโนมยิทธิ ของพระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤาษี วัดท่าซุง) ผลที่ได้จากการปฏิบัติมโนมยิทธิ การรู้จักใช้ญาณต่าง ๆ ให้ถูกต้อง และการนำผลที่ได้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในการตัดกิเลส เป็นอีบุ๊ค เพื่อท่านที่สนใจจะได้ศึกษา เป็นแนวทางในการฝึกปฏิบัติ เพื่อความพ้นทุกข์ต่อไป

โหลดอีบุ๊ค มโนมยิทธิ ๑ หลวงพ่อพระราชพรหมยาน
โหลดอีบุ๊ค มโนมยิทธิ ๒ หลวงพ่อพระราชพรหมยาน

อ่าน มโนมยิทธิ ๑ หลวงพ่อพระราชพรหมยาน
อ่าน มโนมยิทธิ ๒ หลวงพ่อพระราชพรหมยาน

เสียงธรรม-แนะนำผู้ฝึกมโนมยิทธิ
โดย หลวงพ่อพระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤาษี วัดท่าซุง)

เสียงธรรม-คำสอนก่อนฝึกมโนมยิทธิ
โดย หลวงพ่อพระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤาษี วัดท่าซุง)

การรักษาอารมณ์ของมโนมยิทธิ

2 Comments

การรักษาอารมณ์ของมโนมยิทธิ
หลวงพ่อพระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤาษี วัดท่าซุง)

วิชามโนมยิทธิ เป็นหลักสูตรทางพระพุทธศาสนาทางด้านวิชชา ๓ กึ่งอภิญญา

คำว่า มโนมยิทธิ แปลว่า มีฤทธิ์ทางใจ เป็นวิชาที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชพรหมยาน(หลวงพ่อฤาษี วัดท่าซุง)นำมาสอน จุดประสงค์เพื่อให้คนได้พิสูจน์พระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า ในเรื่อง นรก สวรรค์ พรหม พระนิพพาน เป็นสิ่งที่มีจริงเป็นจริง เป็นการตัดตัววิจิกิจฉา ความลังเลสงสัยในพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า เป็นการละสังโยชน์ข้อที่ ๒ ในสังโยชน์ ๑๐

คนที่ฝึกได้ สามารถใช้จิตหรืออทิสสมานกายท่องเที่ยวไปตามภพภูมิต่างๆ ได้ เมื่อเขาไปเห็นแดนอบายภูมิ เห็นโทษจากการละเมิดศีล เขาก็จะตั้งใจและรักษาศีลได้บริสุทธิ์ เป็นการละสังโยชน์ข้อที่ ๓ คือสีลัพพตปรามาส

คนที่ฝึกมโนมยิทธิได้ การทรงอารมณ์พระโสดาบันจะได้ผลอย่างรวดเร็ว เพราะพระโสดาบันตัดสังโยชน์ได้ ๓ ข้อ คือ สักกายทิฐิ, วิจิกิจฉา และสีลัพพตปรามาส และพระเดชพระคุณหลวงพ่อฤาษีวัดท่าซุง ท่านกล่าวไว้ว่า สักกายทิฐิของพระโสดาบันคือ คิดว่าตัวเราจะต้องตายแน่ และให้นึกถึงความตายอยู่เสมอ คิดว่าเราอาจจะตายวันนี้พรุ่งนี้ จะได้ไม่ประมาทในชีวิต

การรักษาอารมณ์ พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่าน กล่าวไว้ดังนี้

การรักษาอารมณ์ของมโนมยิทธิ มโนมยิทธินี่จะพาเราเป็นพระอริยะเจ้าได้เร็วที่สุด วิธีที่จะทรงมโนมยิทธิได้ ก็คือ

๑.พยายามรักษาอารมณ์ให้ทรงอยู่ในศีล
๒.นิวรณ์ ๕ ประการ อย่าให้มายุ่งกับใจ

ไอ้นิวรณ์ ๕ ประการน่ะไปไล่เบี้ยให้ดีว่ามีอะไรบ้าง แล้วก็วิธีที่จะระงับนิวรณ์ ๕ ก็ไม่ยาก ก็คือไม่สนใจมันเสียเลยในขณะที่ทรงสมาธิ หนักเข้าๆ พยายามไม่สนใจมันซะทั้งวัน สนใจอย่างเดียวว่า จับพระรูปพระโฉมองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ให้ชัดเจนอยู่ตลอดเวลา

คำว่า “ตลอดเวลา” ท่านอาจจะบอกว่ามันยากเกินไป แต่อย่าลืมว่าผมทำมาได้ ในตอนต้นผมทำได้ ที่ผมมาพูดนี่ผมทำได้ผมถึงมาพูด มันไม่ใช่ยากเกินไป และคนอื่นเขาก็ทำได้ คืออย่างใหม่ๆ มันก็ลืมบ้าง ไม่ลืมบ้าง ลืมบ้าง นึกได้บ้าง เป็นของธรรมดา

นี่ผมไม่ตำหนิ แต่พยายามควบคุมกำลังใจว่า ถ้าว่างเมื่อไหร่จับพระรูปพระโฉมพระองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไว้เป็นปกติ ถ้ามันชินจริงๆ ถ้าเราพูดอยู่ ทำงานอยู่ จิตมันก็จับเห็นพระพุทธรูปเป็นปกติ ถ้าทำได้ตลอดเวลา นี่เป็นฌานเป็น “พุทธานุสสติกรรมฐาน”

ถ้าเราเห็นพระพุทธเจ้าอยู่เป็นปกติ ท่านไม่ต้องสนใจว่าอารมณ์ของท่านจะเสื่อมเมื่อไหร่ ไม่มีคำว่าเสื่อม มันมีความแจ่มใสตลอดเวลา การที่จะเห็นเทวดา เห็นพรหม ไปนิพพานเรื่องง่ายๆ อารมณ์มันอยู่ตรงนี้

แต่ว่า ภาพพระพุทธเจ้านี่เป็นเครื่องวัดจิตของเรา ถ้าวันไหนถ้าจิตเราเลว วันนั้นภาพพระพุทธเจ้าจะไม่ผ่องใส จะมัวหมอง ถ้าเลวมากจะหายไปเลย เราก็ต้องค้นคว้าว่า มันเลวเพราะอะไร ทวนถอยหลังดูว่า ตั้งแต่เช้ามาถึงเวลานี้ เราทำอะไรผิดบ้าง ถ้าทำอะไรผิดไป เรารู้ตัวก็ขอขมาโทษต่อองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสีย ว่าจะไม่ทำต่อไปแล้ว อารมณ์ก็จะแจ่มใสตามเดิม นี่เป็นการรักษาอารมณ์แบบง่ายๆ

ประการที่ ๒ การขึ้นไปนิพพานน่ะ ต้องขึ้นทุกวัน ถ้าวันหนึ่งหลายเที่ยวยิ่งดี การขึ้นไปไม่ต้องไปนั่งขัดสมาธิ ให้มันคล่องตัวจริงๆ เดินไปเดินมาปั๊บ!กำหนดจิตขึ้นไปถึงนิพพานเลย ขึ้นไปไหว้พระพุทธเจ้า

ต้องการรู้อะไรถามพระพุทธเจ้าโดยตรง อย่ารู้เอง ถ้ารู้เองไม่ช้าผิด ถ้าเราจะรู้อะไร ถ้ามันมีความรู้อยู่บ้าง ตัดอารมณ์รู้ทิ้งไปเสียก่อน ทำไม่รู้ไม่ชี้ ให้จิตมันทรงตัว แล้วก็เข้าไปถามพระพุทธเจ้าตรง ท่านบอกยังไงเชื่อตามนั้น ตรงกับความจริงทั้งหมด นี่เป็นการรักษาอารมณ์ ว่ากันโดยย่อนะ

สำหรับท่านที่ยังไม่ได้อย่าท้อใจคิดว่ายังไม่ได้ ก็รวมความว่าถ้าไม่มีบารมีมาในกาลก่อน ท่านก็ไม่อยากเจริญกรรมฐาน นี่เป็นเครื่องวัด คนที่ไม่มีความดีมาเลย กรรมฐานนี่เขาไม่ทำกัน

บารมี ๓ ขั้น คือถ้ามีบารมีต้น แค่บารมีต้นอย่างเดียว การเจริญกรรมฐานก็ไม่อยากทำ พอใจขั้นศีลกับทาน ถ้าหากมีบารมีเป็นอุปบารมี ก็พอใจแค่ฌานสมาบัติ ถ้าหากบารมีถึงขั้นปรมัตถบารมี จึงจะพอใจพระนิพพาน อันนี้ไปวัดใจเอาเอง

ถ้าหากว่าบารมีถึงอุปบารมี เราก็เร่งรัดเป็นปรมัตถบารมีได้ ไม่ใช่มันจมอยู่แค่นั้น มันสร้างต่อได้ นี่ขอท่านจงมั่นใจในความดีในอดีตของท่านว่าเคยสั่งสมความดีมามากแล้ว ตอนนี้ถ้าทุกคนที่ได้แล้วนะ จะไปถามองค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า ขอดูภาพเดิมก็จะเห็นชัดว่าเราเคยได้ฌานสมาบัติมาแล้วกี่ชาติ ถ้าท่านถามจริงๆ ท่านจะงงเต็มทีว่า โอ้โฮ!นี่เราได้มาตั้งเยอะแล้วหรือนี่.