
พิธีฉลององค์กฐิน ณ ศูนย์พุทธศรัทธา เมื่อวันศุกร์ที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๕๓ และนำกฐินไปร่วมทอดมหากฐิน ณ วัดท่าซุง ในวันอาทิตย์ที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ ชมภาพและโมทนาบุญร่วมกันครับ
พิธีฉลององค์กฐิน ณ ศูนย์พุทธศรัทธา เมื่อวันศุกร์ที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๕๓ และนำกฐินไปร่วมทอดมหากฐิน ณ วัดท่าซุง ในวันอาทิตย์ที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ ชมภาพและโมทนาบุญร่วมกันครับ
ศูนย์พุทธศรัทธา สำนักปฏิบัติพระกรรมฐาน สาขาวัดท่าซุง ได้เริ่มดำเนินการก่อสร้าง เมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๒๘ ซึ่งเป็นวันมหามงคลของปวงชนชาวไทย คือ วันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลมหาราช จวบจนบัดนี้ ได้ก่อตั้งมาจะครบ ๒๕ ปี ในวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๓ นี้ คลิกชมประวัติและกิจกรรมโดยย่อ เพื่อร่วมอนุโมทนาครับ
ในวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๓ นี้ ศูนย์พุทธศรัทธาได้จัดงาน ทำบุญฉลองครบรอบ ๒๕ ปี งานบวชเนกขัมมะบารมี ครั้งที่ ๗๐ พิธีฉลองสมโภชน์พระนาคปรก รูปหล่อหลวงปู่ปาน-หลวงพ่อฤาษี และหอพระ พิธีสร้างพระชำระหนี้สงฆ์ทันใจ (เสร็จในวันเดียว) หน้าตัก ๔ ศอก และทอดผ้าป่าสามัคคี เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา และถวายพระราชกุศลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลมหาราช
อันดับแรกปรับปรุงศีลให้ดี เมื่อปรับปรุงศีลดีแล้ว สมาธิก็ทรงตัว เมื่อสมาธิทรงตัว ปัญญามันก็เกิด นี่เป็นพื้นฐานของการเจริญฌานและวิปัสสนาญาณ
สำหรับวิปัสสนาญาณในด้านสุกขวิปัสสโก ยังไงๆ ท่านก็อย่าลืมทิ้งอานาปานุสสติกรรมฐาน จำไว้ให้ดีว่าจะทำกรรมฐานกองต่อๆไปก็ดี หรือว่าจะเจริญวิปัสสนาญาณก็ดี ท่านจะทิ้งอานาปานุสสติกรรมฐานไม่ได้ ถ้าท่านทิ้งอานาปานุสสติกรรมฐานเมื่อไหร่ กรรมฐานกองอื่น วิปัสสนาญานที่จะทำก็พังหมด
เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา ถวายพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลมหาราช ในศุภวาระวันเฉลิมพระชนมพรรษา และงานทำบุญฉลองครบรอบ ๒๕ ปีการก่อตั้งศูนย์พุทธศรัทธา
แจกเป็นธรรมทานสำหรับท่านที่ไปร่วมงานบวช และงานทำบุญครบรอบ ๒๕ ปีศูนย์พุทธศรัทธา ที่จะจัดขึ้นในวันที่ ๔-๖ ธันวาคม ๒๕๕๓ นี้
และใช้สำหรับทำวัตรสวดมนต์เป็นประจำ ในการปฏิบัติธรรมทุกวันศุกร์ ณ ศูนย์พุทธศรัทธา ในงานบวชเนกขัมมะบารมีซึ่งจัดปีละ ๔ ครั้ง และงานธรรมทัศนาจร นำผู้มีจิตศรัทธาไปบำเพ็ญกุศลฯ
สมเด็จองค์ปฐมทรงตรัสสอนปกิณกะธรรมไว้ มีความสำคัญดังนี้
๑.ร่างกายที่เห็นอยู่นี้ อยู่ได้เพราะธาตุ ๔ เป็นเครื่องหล่อเลี้ยง ทั้งภายนอก-ภายใน และเป็นภาระที่หนักหนา (ภาราหะเวปัญจักขันธา) อันทำให้จิตต้องดิ้นรนเสาะหาปัจจัย ๔ มาหล่อเลี้ยงห่อหุ้มร่างกายนี้ บุคคลใดเห็นทุกข์ของการมีภาระอันเนื่องจากร่างกายนี้ บุคคลนั้นย่อมเข้าถึงอริยสัจข้อต้น และจากการพิจารณาจนเห็นสาเหตุของจิตดิ้นรนด้วยตกอยู่ในห้วงของ กามตัณหา-ภวตัณหา-วิภวตัณหา ก็ได้ชื่อว่าเข้าถึงอริยสัจข้อสมุทัย และเมื่อได้ปฏิบัติในมรรคปฏิปทาอันมีองค์แปด หรือศีล-สมาธิ-ปัญญา จนจิตเข้าถึงนิโรธ ก็ได้ชื่อว่าเข้าถึงอริยสัจ ๔ อย่างสมบูรณ์ ดังนั้นบุคคลใดทิ้งอริยสัจ ๔ บุคคลนั้นไม่สามารถที่จักเข้าถึงความเป็นพระอริยเจ้าได้เลย